จริงครับ
แต่คนเราสามารถ "สร้าง" การรับรู้ขึ้นมาให้ตนเองได้เยอะมาก
คนที่ไม่ได้สวมใส่หมวกกันน็อก ส่วนหนึ่งนอกจากที่ไม่ได้คิดอะไรก็คือคิดว่า "มันคงจะไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา" "ไปแค่เนี้ยเอง... หน้าม.อ., หน้าปากซอย"
ท่ามกลาง "ความเป็นไปได้" นั้น มีบริบทมากมายมหาศาล ที่เราต้องตั้งสติดีๆว่าเราจะควบคุมมันอย่างไร
เราอาจจะควบคุม ตั้งใจมั่นได้ระดับหนึ่ง ปฏิเสธลูกค้าไปได้ระยะหนึ่ง วันดีคืนนี้ก็อาจจะมีคนบอกว่า "เฮ้ย ทำไมหยิ่งยังงี้วะ เหล้ากูไม่ดีรึไง พี่นี่คนระดับไม่เท่าน้องรึไง ไม่ยอมกินเหล้าด้วยเนี่ย".....
........
หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เวลามีอุบัติเหตุ ก็ไม่ได้เพราะเมามายอะไรนัก แค่การตัดสินใจชะลอไปเสี่้ยววินาที แต่ผนวกกับ "เหตุปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย" ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
เช่น นอนน้อย คนอื่นขับพุ่งมาชน หมวกกันน็อกบังมุมสายตา เสียงเซ็งแซ่ของถนน ฯลฯ
ไปๆมาๆ "เมานิดเดียว" หรือเสียสมาธินิดเดียว เช่นหันหน้าไปคุยกับลูก พูดมือถือ ก็ตูม!
ส่วนการเปลี่ยนงานในยุคนี้นั้น เราก็คงจะยอมรับได้ว่ามันไม่ง่ายนัก (หรือยากมาก) ยิ่งถ้างานของเรามีคนรอคอยอยู่เยอะ ทั้งแม่ ทั้งน้อง มันก็ตัดสินใจยากอยู่ แม้ว่าทั้งแม่และน้องจะบอกว่าเปลี่ยนเถอะๆ มันอาจจะไม่ได้ simple แค่นั้น แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่ใช้เวลา ใช้การไตร่ตรองใคร่ครวญ
สิ่งสำคัญคือ ในหน้าที่ของเรา เราไม่ได้เป็นคนที่มี best method สำหรับทุกๆคน แต่เราในฐานะที่ห่วงใย และกังวล ก็อาจจะช่วยๆกันหล่อเลี้ยง แสดงความคิดเห็น เพิ่มเติมข้อมูลให้กันและกัน โดยไม่ต้องตัดสินว่าอะไรที่เรา "คิด" ว่าดีที่สุดนั้นดีที่สุด