2.หากท่านเป็นแพทย์ผู้นี้ ณ ขณะนี้ท่านจะทำอย่างไรต่อไป
ณ ขณะนี้ ถ้าเป็นผม ก็คงจะต้องมีการประเมิน AAR after action review ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อน มี ความหมาย อะไรเกิดขึ้นบ้าง ต่อตัวคนไข้ ญาติ หมอ พยาบาล ทุกๆ party ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ชัดเจนนะครับ เพราะที่เล่ามา (และอาจจะเติมเชื้อเพลิงไปถึงไหนแล้ว ถ้าเขาไประบายใน website ต่างๆ) คนเล่ามี emotional เยอะ มี opinion เยอะ มี selective perception และ selective interpretation เยอะ ในระยะนี้ผมคิดว่าญาติๆอาจจะ empathy หมอยาก เพราะเขากำลัง sympathy ซึ่งกันและกันอยู่
ถ้าจะประเมิน ผมคิดว่า หมอควรจะรักษา professional manner ไว ก็คือ มี consistency ในการไปดูแลรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง reaction ต่างๆจากการบอกข่าว แสดงว่าเรา ทราบ ว่าเราได้ทำอะไรไปอย่างมีวัตถุประสงค์และมีความรู้จริง ตรงนี้เป็นทั้ง emotional และ logical expression (ขออภัยนะครับ ชักรู้สึกว่ามีภาษาอังกฤษเยอะมากไปแล้ว) ถึงเหตุผลที่เราทำไป ระหว่างนั้นก็ประเมินสถานการณ์เรื่องความสัมพันธ์ใหม่
ถ้าเมื่อไหร่ทีคิดว่าพอจะคุยกันได้ ผมคิดว่าน่าจะ explore เรื่องนี้อีกทีในบริบทที่เหมาะสม เพื่อที่จะ clear grudge หรือ อารมณ์ค้าง ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อการรักษาคนไข้
ไม่ต้องพูดถึงกรณีที่เขาจะพาคุณพ่อออกไปรักษาที่อื่น นั่นแปลว่าบาดแผลคงจะใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ understandable เพราะ อารมณ์ที่บาดเจ็บ (ของญาติ) นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเขารับเรื่องพวกนี้อย่างไรในอดีต
ถ้าญาติผ่านพ้นระยะแรกที่มีอารมณ์โกรธนี้ได้ และสามารถรับฟังเหตุผลเรื่องราวฝั่งของการแพทย์ว่าอะไรคือประโยชน์ของการที่คุรพ่อรับทราบเรื่องนี้ได้ใหม่ จากอาการเท่าที่เล่ามาถ้าไม่มากไปกว่านี้ ก็จะมีโอกาสสูงที่เราจะคืนดีกันได้ ผมคิดว่าไปๆมาๆอาจจะเหลือแค่คำขอโทษจากหมอ และผมคิดว่าไม่ใช่ขอโทษที่บอกนะครับ ขอโทษประเด็นที่หมอดูเหมือนจะละเลย note ที่เขาเจาะจงเขียนไว้มากกว่า ตรงนี้ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็น issue ที่ "จี๊ด" ของญาติๆ
บางคนอาจจะบอกว่าไม่ผิดจะไปขอโทษทำไม ผมคิดว่าตรวนี้ไม่เกี่ยวครับ ผมมองการขอโทษ (ถ้ามี) เป็น ยาประเภทหนึ่ง ที่หมอสามารถเลือกจ่ายได้ เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของคนไข้เป็นหลัก และเหนือต่อศักดิ์ศรีหน้าตาของตนเอง (ซึ่งก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากจากการพูดคำว่าขอโทษ)