คุณเอก..ครับ
ครั้งหนึ่งผมเรียนจบก็มุ่งสู่ตลาดเมืองตลาดคนในกรุงเทพฯ เป็นหลัก...ได้งาน และทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน รายได้มากมายก่ายกอง แต่เป็นห้วงเวลาที่ผมส่งเงินส่งทองให้ทางบ้านใช้อย่างต่อเนื่องและไม่ขาดเขิน
นานเข้า...มันไม่ใช่...แต่มันไม่ใช่ผม...ธุรกิจการศึกษาในกรุงเทพมันซับซ้อนเกินกว่าผมจะทนได้ จึงหันเหกลับมาเริ่มต้นใหม่ในวิถีที่ตนเองคิดว่าใช่...
ทุกวันนี้มีความสุข...แต่ก็เจ็บปวดอย่างลึก ๆ ที่เห็นหลาน ๆ ทะยอยมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ..แต่เราต้องเฝ้าคอยว่า เทศกาลนี้จะกลับมาหรือไม่...
ทุกวันนี้...ผมสนับสนุนให้นิสิตไปทำค่ายที่บ้านเกิดของตนเองเลยนะครับ...ใครมีโปรโจคคิด..ผมสนับสนุนทั้งนั้น
นิสิตที่มีความฝันผมสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข เช่น อยากทำหนังสือก็ให้เงินไปเป็นต้นทุน ไม่มีเงินออกสำรวจค่าย ผมก็ช่วยเหลือบ้าง เพราะเห็นความงามทางความคิดของพวกเขา ก้อยามีส่วนในการช่วยบ้าง
....
ครั้งหนึ่ง...ขณะขับรถกลับจากบ้าน พบนิสิต มมส หลานคนเดินเท้าสำรวจค่ายกลับจากต่างอำเภอเป็นร้อย ๆ กิโลเมตร ซึ่งมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง แต่ยังโบกรถไม่ได้ และรถประจำทางกลับมหาสารคามก็หมดแล้ว
ผมจอดรถและถอยกลับอย่างไม่ลังเล อยู่เป็นเพื่อนพวกเขาตั้งนาน โบกรถและให้เงินค่ารถ ค่าอาหาร....
มีหลายคนแซวว่า ชีวิตอย่างผมต้องซื้อรถกระบะสิถึงจะเหมาะกับผม ลุยได้...ขนของ ขนคนได้..ไม่ใช่ซื้อเก๋ง...ผมก็แซวกลับว่า...ขืนซื้อเช่นนั้นมีหวังพังสิ...ใครขอ หรือไม่ขอก็อาสาไปทุกงานแหล่ะ...(หัวเราะกันก๊ากใหญ่เลยครับ)
...............
คนดี ๆ ต้องไม่เดินเดียวดาย
ความดีงดงามเสมอ...
คุณเอกบอกกับผมเช่นนั้น...ผมยังจำได้