สวัสดีครับคุณใบไม้ย้อนแสง ย้อนแสงครับ

  • ดีจังเลยครับที่เข้ามาเสวนากันในมุมนี้ด้วย
  • การศึกษาและการพัฒนาการเรียนรู้แบบพหุปัญญา นอกจากจะเป็นหลายมิติของการเข้าถึงความเป็นเลิศในตนเองของปัจเจกแล้ว หากนำเอาทรรศนะการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเข้ามาทำความเข้าใจ ก็จะสามารถเห็นอีกด้านหนึ่งได้เหมือนกันครับ
  • ในวิธีมองของการทำงานศิลปะแบบพหุปัญญานั้น มีคำกล่าวที่มักได้ยินกันอยู่เสมอว่า 'ศิลปะส่องทางกัน' ซึ่งทรรศนะดังกล่าวนี้ ก็จะทำให้เราเข้าใจได้ว่า ปัจเจกบางคนเหตุใดจึงมีความสามารถชนิดสุดยอดได้หลายด้าน เช่น ในสังคมไทย อย่างกรณีของอังคาร กัลยาณพงศ์นั้น ก็จะเห็นว่าสุดยอดทั้งทางด้านกวีนิพนธ์ และงานจิตรกรรม ซึ่งงานกวีนิพนธ์นั้นเป็นเรื่องของฉลาดทางภาษา ส่วนงานจิตรกรรมนั้นเป็นความฉลาดด้านมิติสัมพันธ์ เป็นคนละหมวดข้อมูล ซึ่งถ้าหากใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผล ก็ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลภาพให้ออกไปเป็นบทกวีนิพนธ์ได้
  • ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ก็เป็นเลิศทั้งด้านจิตรกรรม กวีนิพนธ์ วรรณกรรม การแต่งเพลง การเล่นดนตรี และการร้องเพลง หรือแทบจะเรียกว่าเกือบทุกสาขาทางศิลปะและงานสร้างสรรค์เพื่อสุนทรียภาพ เขาทำได้ชนิดที่อยู่ในขั้นถึงที่สุดและนำเสนอต่อสาธารณะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในทุกสาขา
  • ถวัลย์ ดัชนีย์ พูดและเขียนภาษาที่สำคัญของโลกระดับใช้การได้ ๔-๕ ภาษา งานจิตรกรรมก็ขึ้นทำเนียบจิตรกรของโลกที่ไปจากคนเอเชีย และทำงานสถาปัตย์โดยการออกแบบและสร้างบ้านกว่า ๓๐ หลังให้เป็นชิ้นงานศิลปะเพื่อเก็บงานศิลปะของตนเองในประเทศไทย ทำนองเดียวกับเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ที่เป็นเลิศในงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย
  • ใน gotoknow อย่างกรณี ดร.บัญชา นี่ก็น่าจะจัดว่าเป็นคนพัฒนาตนเองแบบพหุปัญญาด้วยเช่นกันนะครับ ทั้งความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ความเป็นศิลปะและเข้าถึงสุนทรียภาพในหลายเรื่อง ความเป็นเลิศในการสื่อสารและถ่ายทอด รวมทั้งคุณณัฐรดา ทั้งทางด้านภาษาและการเขียนสื่อสาร ความฉลาดในการเข้าใจคนและสังคม ความฉลาดในการเข้าใจตนเอง และความฉลาดทางศิลปะ ขออนุญาตกล่าวถึงทุกท่านเพื่อเป็นตัวอย่างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ
  • ตัวอย่างเหล่านี้ หากอธิบายด้วยทรรศนะทางศิลปะ ก็จะอธิบายว่า ความงามและสุนทรียภาพนั้นเป็นภาวะเดียวกัน จะเข้าถึงโดยวิธีการไหนก็บรรลุถึงภาวะดังกล่าวได้เหมือนกัน และส่องทางกัน ได้ภาวะดังกล่าวแล้ว จะสามารถสะท้อนไปสู่วิธีใดๆก็ได้อย่างไม่จำกัด
  • ในวิธีคิดแบบ Transformative Learning ก็จะมองว่า การเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่ภาวะพื้นฐาน โดยเฉพาะวิธีคิด คุณภาพของจิตใจ ภาวะทางสติปัญญา จิตวิญญาณ ซึ่งเหมือนกับเป็นการพัฒนาที่ระดับ Software สำหรับนำไปใช้กำกับการคิดและทำสิ่งต่างๆของปัจเจกและชุมชนระดับต่างๆนั้น จะสามารถถ่ายเทข้ามโหมดข้อมูล สะท้อนไปสู่วิธีการใดๆที่อาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็ได้
  • คุยเสียยืดยาว เพื่อให้เป็นกำลังใจและหาโอกาสแวะมาคุยกันเป็นระยะๆอีกนะครับ