อาจารย์ทำให้ผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่ง ผมซื้อมา ๓-๔ ปีแล้ว เป็นหนังสือแนว Reading guide ให้เข้าถึงความอลังการของวิธีคิดมนุษย์ในภาษากวีและประพันธการ
กลบทจากบทกวีที่อาจารย์นำมาแบ่งปันกันนี้ก็เป็นวิธีหนึ่ง น่าศึกษามากครับ ง่ายแต่มีพลัง
เป็นวิธีแบบ Comparative Logic ให้ตัวบทเพื่อเห็นหลักคิดก่อน ๑ บท จากนั้น ก็ใช้ตรรกะเดียวกัน ทว่า อ้างอิงไปเข้าใจให้แยบคายในอีกบริบทหนึ่ง
ทำให้เห็นและรู้สึกได้อย่างอลังการถึงวิธีดื่มกินน้ำ ให้ได้ความเป็นหนึ่งกับผืนดิน โลก แม่น้ำหวงเหอ และจักรวาล
อาาา....มิตรภาพ (จากการแบ่งผลแตงโมกินด้วยกัน) ช่างยิ่งใหญ่ดั่งหวงเหอหยาดจากสวรรค์ ไหลผ่านภูเขา แผ่นฟ้า และผืนพิภพ ประมาณนั้น
จัดว่าเป็น Transformative Learning ได้ครับ ขงจื้อบอกว่า ด้วยการใช้ปัญญาที่แยบคายนั้น แม้นั่งอยู่ในห้องคับแคบ มองลอดไปนอกหน้าต่าง ก็สามารถเห็นโลกกว้าง ก็คงจะมีลักษณะแบบ Transformative Learning นะครับ
คนหลายยุคหลายสมัย เห็นลูกแอปเปิ้ลหล่น ก็เห็นแค่แอปเปิ้ลดิบและแอปเปิ้ลสุกตามๆกันมาหลายร้อยพันปี ทว่า Newton กลับเห็นแรงดึงดูดและสมการแรงโน้มถ่วงของโลก ข้ามโหมด ก้าวกระโดดผ่านเรื่องอาหารและของทิ้งขว้าง ไปสู่การได้แรงบันดาลใจ สร้างหลักเกณฑ์เข้าถึงธรรมชาติและโลกของสรรพสิ่งในวิถีของเขา ทำนองนี้น่ะครับ
s(he) นี่ ถือว่าเป็นพัฒนาการของสังคมสมานฉันท์ เป็นความปรองดองทางเพศหญิงและชาย ไม่เลือกข้าง ได้เหมือนกันหรือเปล่านะครับ เป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษที่สนุกและได้พัฒนามิติอื่นๆไปด้วยหลายอย่างเลยนะครับ