สวัสดีครับ พี่สุ-มหาวิทยาลัยชีวิต ที่ไม่มีวันปิดทำการ

อ่านข้อคิดพี่สุคราใด ผมรู้สึกว่าเป็นกระบวนการถอดความ-และเติมเต็มข้อเขียนของผม หรือแม้แต่ใครๆ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ยิ่งในบันทึกของผมที่มุ่งรำพึงรำพันเล่าเรื่องแบบรวมๆ เช่นนี้ พอได้พี่มาแลกเปลี่ยนก็ทำให้บันทึกมีคุณค่าขึ้นมหาศาลเลยทีเดียว

  • ผมเติบโตมาจากองค์กรที่ไม่ได้สร้างผู้นำไว้เป็นรุ่นๆ อย่างที่ควรจะเป็น  เหมือนใบไม้ร่วงแล้วงอกใหม่ไม่ทัน ...ผมถึงได้คิดเสมอมาว่า  เราต้องสร้างผู้นำไวรับช่วงในภารกิจขององค์กร เพราะไม่อยากให้องคืกร หรือทีมต้องหยุดชะงักเพียงเพราะการขาดผู้นำ..นั่นเอง
  • แน่นอนครับ ผู้นำที่ดี  ผมว่าต้องโตมาจากการเป็นลูกน้องนั่นแหละ  กระบวนการสำคัญอันเป็นองค์ประกอบก็คือ ใส่ใจ...ใฝ่รู้..ตลอดเวลาเหมือนที่พี่สุ ไม่เคยหยุดนิ่งกับการตะกายเรียนรู้นั่นแหละครับ
  • เช่นกันครับ, ผมเชื่อว่า  สถานการณ์จะสร้างวีรบุรุษ  ดังนั้น  การผลักดันให้เปลี่ยนโครงสร้างงานนั้น  มันช่วยให้มีผู้นำเกิดตามสถานการณ์ไม่น้อยกว่า 8 คนเลยทีเดียว  มันอาจไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุด แต่มันก็เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับห้วงเวลาเช่นนี้  เพราะมันจะได้สัมพันธ์กับยุทธศาสตร์ที่เราต้องการขับเคลื่อน  ถ้าไม่ทำเช่นนั้น อะไรๆ ก็จะโหลดสูงอยู่แต่เฉพาะเรา  จนพลอยให้สะดุดไปในที่สุด  ด้วยวอธีคิดเช่นนี้แหละครับ ผมถึงชอบี่พี่สุพูดว่า "ลูกแหง่" เพราะมันชัดเจนเหลือเกิน "ถึงเวลาโต..ไม่ยอมโต"  ซะงั้น
  • หลายเรื่องในชีวิต  เราเล่นตามบทของการถูกเลือกมากกว่าได้เลือกด้วยตัวเอง  คงไม่ใช่แค่แนวคิด ได้อย่างเสียอย่างเพียงอย่างเดียว  แต่ผมเชื่อว่า  การถูกเลือก ก็หมายถึงเราเป็นคนมีความสามารถ  เป็นคนแห่งความหวัง-
  • สำคัญอยู่ที่ว่า เรามีความสุขกับการถูกมอบหมายกี่มากน้อย..(คำตอบนั้น คนแต่ละคนต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ความสุขที่ว่านั้นคืออะไร...อย่างไร...เมื่อไหร่ ด้วยวิธีการใดๆ เป็นองค์ประกอบ...เป็นต้น
  • ...
  • ขอบคุณอีกครั้ง นะครับ