สวัสดีครับพี่นงนาท

ใจผมคิดว่าบางทีขอเพียงเรา authentic คือ "จริงแท้" กับเรื่องที่เราเล่า ส่วนจะตรงกับใจคนฟังหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร

เพราะเรา "ไม่มีทาง" หรือ "ยากมาก" ที่เราจะทราบว่าเราได้ลงไปนั่งในใจของใครหรือไม่ แล้วรึยัง หรือแค่ไหน

จะดูยังไงล่ะครับ? สีหน้า การพยักหน้า ยิ้ม นั่งจด นั่งหลับตา ลืมตา ฯลฯ มีความหมายว่าอย่างไร เราก็ยากที่จะทราบได้ แต่ที่แน่ๆก็คือ เราสามารถรู้ได้ว่าเราเชื่อในสิ่งที่เราพูดมากน้อยแค่ไหน และเราพูดจากหัวใจ หรือพูดจากความทรงจำ (แบบนกแก้วนกขุนทอง) พูดแบบ first-hand knowledge หรือ second-hand, third-hand, forth-hand กันแน่ เล่าในสิ่งที่เราเองเป็นคนลงมือกระทำ กับเล่าในสิ่งที่เราอ่านเจอ ก็ไม่เหมือนกัน

ต่อเมื่อเรายอม "เปิดใจ" ของเราออกมาเองก่อน นี่เป็นการเชื้อเชิญที่ชัดเจนที่สุดแล้ว เราหวังว่าทำเช่นนี้คนอื่นคงจะเปิดใจกับเราบ้าง แต่ถ้าเราตั้งเงื่อนไขไว้ว่า ต้องคนอื่นก่อน คิดๆดูแล้วถ้ามีเงื่อนไขแบบนี้ทุกคน ก็จะไม่มีใครมีวันเปิดใจเลย

ใจถึงใจนั้นเป็นความคาดหวัง แต่คงจะไม่ใช่เงื่อนไข หรือ protocol ที่เราสามารถบังคับจัดให้ได้ เรื่องของใจ ชื่อก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องของความคิด ที่เรายังจะ manipulate ได้ แต่ "ความรู้สึก" นั้นมันมาทันที เหมือนเวลาเราถามว่า "สุขหรือไม่?" นี่เป็นความรู้สึก เราสุขหรือเราทุกข์ บอกได้ทันทีโดยไม่ต้องนึกครุ่นคิดหา criteria ว่า "เอ... วันนี้เรายิ้มไปครบ 5 ครั้ง ซึ่งแปลว่า สุขปานกลาง" หรือ "อืม.... วันนี้เรายิ้มไป 7 ครั้ง แต่หงุดหงิด 3 ครั้ง รวมกันเป็นเกือบๆสุข" ความรู้สึกเป็น here and now และบางทีก็ยากที่จะจดจำว่าเรารู้สึก "อย่างไร" ในอดีต อาจจะจำได้ลางๆว่าดีไม่ดี แต่ exactly อย่่างไรนั้น มันผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

ขอบพระคุณที่มาแลกเปลี่ยนครับผม