ขออนุญาตแลกเปลี่ยนบ้าง
ก่อนที่จะกลายเป็น semantic exercise หรือวิชาภาษาศาสตร์เกินพื้นที่คุ้นชินของผมไป ขอคิดดังๆว่า "เอ... มันมีสิ่งที่เรีียกว่า "ไร้บริบท" สักกี่มากน้่อยในชีวิตของเราหนอ?"
OK อริยสัจสี่ อาจจะพอตกอยู่ใน category ที่ว่า กระนั้น ทั้งสี่ข้อทำให้ความ "สัมบูรณ์" เกิด คือมีการประคับประคองกันจากสี่ประการ นี่ก็อาจจะเรียก "บริบท" ได้เหมือนกัน (รึเปล่า)
tacit knowledge มีทั้งของปัจเจกบุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน หรือแม้กระทั่งประเทศนะ ในความคิดของผม เอาตามดิกชันนารีดื้อๆก็คือขอให้ไม่ได้มีการประกาศก้องออกมา เหมือนพระราชกิจจานุเบกษา กฏหมาย หรือ textbook journal อะไรที่มันเลือนๆ แต่ลึกๆ รู้จริงๆแต่ว่ายังไม่ได้เรียบเรียงและ publish (ซึ่งในปัจจุบัน คำนี้ -publish- คงจะไม่ได้หมายถึงแค่ลงกระดาษอีกต่อไปแล้ว) นี่อาจจะเป็น tacit ที่ผมคิดถึงอยู่
แถมเวลาเราเล่า เราเองก็อาจจะเบลอๆว่าเรากำลังพูด tacit ของปัจเจก (คือเราเป็น first-hand carrier) หรือของกลุ่ม กรุ๊ปกันแน่ (เช่นสำหรับผม ก็อาจจะเป็นของหน่วย palliative care หรือของทีม pct patient-care-team ใจและกาย) ซึ่งมีการนำเอามาแลกเปลี่ยน informal ในระดับหนึ่ง ไม่ได้ตีพิมพ์ วิจัย อย่างมีระเบียบที่ไหน แล้วเอาไปเล่า (ที่จริงกรณีเรื่องลูกผู้หญิง ผู้ชายนั่น ผมก็มองเป็น tacit ระดับกลุ่ม คือของสองคน ไม่ใช่ของคนเดียว เพราะมันเป็นของทั้งสามีและภรรยา)
ทำไมผมถึงเอาประเด็นนี้มาพูดซะยาว? (ถ้ายังไม่ยาว เดี๋ยวจะยาว)
ก็เพราะผมเอง โดยส่วนตัวมักจะ "เกร็ง" เวลามีการพูดถึง contextless knowledge คือความรู้สัมบูรณ์ที่ไร่้บริบท เพราะในการเกิดความรู้ชนิดนี้ มันจะข้าม realm แห่งผู้สังเกต (คือมนุษย์เรานี่แหละ) ไปสู่ realm ที่คนสังเกตหรือคนเล่า "หลุด" ออกจาก frame แห่งปรากฏการณ์นั้นๆไปแล้ว ไม่เอาตัวเองเป็น reference แต่เอา "สรรพส่ิง" หลังจากนั้นก็คือพบว่าไม่ว่าเราจะมองจากจุดไหน 360 ํ ใน 3 dimensions สิ่งนี้่ก็ยังจริงอยู่ เราก็จะได้ผลสรุปเดิม ปรากฏการณ์เดิมออกมา ในควอนตัมไดนามิกจะพบว่าคำประกาศเยี่ยงนี้จะท้าทายมาก เพราะยังไงๆเมื่อมีผู้สังเกต มันจะรบกวนระบบที่เราสังเกตเสมอ แต่นั่นแหละ แม้แต่ควอนตัม ก็ยังไม่เท่าจิตมนุษย์ได้เลย
สรุปก็คือ ผมเองมักจะเผื่อ "บริบท" เอาไว้กับความรู้เสมอไว้ก่อน เรียกว่า "กั๊ก" ไว้ ว่ามันอิงบริบทเสมอ มิฉะนั้นจะเผอเรอคิดว่าสิ่งที่ผมรู้เป็น "สัจจธรรม" หรือ absolute truth ไป ซึ่งอันตราย สถานเบาก็คือทำให้ตัวเองดู silly สถานหนักขึ้นคือโกรธขึ้งกับคนที่ไม่เห็นด้วย สถานอันตรายกว่าคือถึงขั้นไปทำร้ายคนที่เราเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ หนักสุดก็คือกลายเป็น One fact, One view เดินทางอยู่บน Tyrant route ไปเลย
my two cents