แนวคิดพื้นฐานการจัดการเรียนรู้ร่วมกับโรงเรียนพันธมิตรอาเซียนผ่าน Web Community
ชัด บุญญา
มิติการจัดการศึกษาที่เป็นสากล
มิติการจัดการศึกษาที่เป็นสากลที่ทุกชาติ ทุกประชาคมในโลก รวมทั้งประชาคมอาเซียนยอมรับได้ ต้องเป็นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ สังคม และเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต ช่วยสนับสนุนจริยธรรมสากลให้แก่เยาวชนอย่างยั่งยืนและ เสมอภาคมากขึ้น มีการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้มากขึ้น
เนื่องจากความเป็นอยู่ของประชาชน มีผลกระทบจากความเจริญเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสังคม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนจะต้องเข้าใจ ทั้งธรรมชาติ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ต้องมีทักษะ และเจตคติที่จะเป็นพลเมืองดีของประเทศ และของประชาคมระหว่างประเทศ และประชาคมโลก เพื่อรองรับการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์สำหรับสังคมของตนเอง
การจัดการศึกษาสากล
โรงเรียน และผู้เกี่ยวข้องจึงต้องมีมโนทัศน์ความเป็นสากลซึ่งเป็นพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ และค่านิยมของนักเรียนที่พึงประสงค์
คำ และวลีที่เกี่ยวข้องกับพันธมิตรโรงเรียน
เพื่อการจัดการเรียนรู้ระหว่างชาติ มีคำ และวลี ที่ครูควรอธิบายทำความเข้าใจ ให้แก่นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อประเทศ และโรงเรียนพันธมิตร เช่น การ ศึกษา ความยั่งยืน มีส่วนร่วม ความร่วมมือ แบ่งปัน สัญญา ประโยชน์ร่วม กัน มุ่งมั่น เพื่อร่วมรับผิดชอบ ไว้วางใจ โปร่งใส สนับสนุน ทำงานร่วมกัน วัฒนธรรมโรงเรียน เรียนรู้ กระตุ้น ท้าทาย สนุก น่าตื่นเต้น เร้าใจ นวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงการรับรู้ แลกเปลี่ยนค่านิยม ชีวิตแห่งการเปลี่ยนแปลง
การศึกษาสำหรับประชาคมอาเซียนที่คาดหวัง
ความคาดหวังในการจัดการศึกษาของประชาคมอาเซียนผ่าน Web Community ที่คาดหวัง เช่น
1. เป็นการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรระหว่างโรงเรียน
2. เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ ให้แก่นักเรียน
3. เพื่อปรับปรุงแหล่งเรียนรู้
4. มีการตั้งคำถาม และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์
5. มีการจัดการให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และเจตคติเชิงบวก เข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงออกถึงความเป็นเมืองดี
5. มีการยอมรับความซับซ้อนในปัญหาของโลก
6. คิดถึงความเป็นสากลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะอยู่ในหมู่บ้านหรือ เมืองใหญ่
7. เข้าใจความเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และ ความเกี่ยวข้องระหว่างกันของเพื่อนมนุษย์
8. ไม่ใช่การกวดวิชา เพื่อความสำเร็จตามหลักสูตร
9.. ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
10. ไม่ใช่การบอกให้นักเรียนคิด และทำ
แนวทางการสร้างโรงเรียนพันธมิตรสากล
ขั้นเตรียมการ
* ทำความเข้าใจในเป้าหมายของการมีพันธมิตร
* ทำความเข้าใจในคุณค่าของการมีพันธมิตรร่วมจัดการเรียนรู้ ในระยะยาว
* กำหนดนโยบายการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ที่โรงเรียนพันธมิตรมีส่วนร่วม
* ศึกษาแรงขับ แรงต้านจากเพื่อนร่วมงาน ผู้บริหารระดับสูง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น
* สร้างความสนใจ และความเห็นพ้องต้องกันของผู้ร่วมงาน
*ตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน และจัดทำแผนปฏิบัติการ พิจารณาศักยภาพในการ
ให้บริการโดยมีชุมชน ท้องถิ่น และ องค์กรที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม
* ศึกษาหลักสูตรจากทั่วโลก เพื่อเป็นแนวทางในการค้นหาความเป็นสากลที่มีอยู่
แล้วในโรงเรียน
* กำหนดคุณลักษณะของโรงเรียนที่จะมาเป็นพันธมิตร เพื่อให้ได้พันธมิตรที่
สอดคล้องกับความต้องการ สามารถเริ่มต้นได้ดีที่สุด อย่างไรก็ดี คุณลักษณะที่กำหนดก็ควรเป็นไปในลักษณะกว้าง ๆ ยืดหยุ่นได้ เพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้ที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรด้วย
ขั้นริเริ่ม
เริ่มขึ้นเมื่อพบโรงเรียนที่จะเข้ามาริเริ่มก่อตัวเป็นพันธมิตรด้วย…..
* เริ่มต้นสื่อสาร ในระยะแรก ๆ อาจยังไม่ราบรื่น จึงต้องพยายาม สร้างความ
เข้าใจ และความมั่นใจ
* เริ่มต้นเจรจา ร่างสัญญา
* ศึกษาหลักสูตรของโรงเรียนพันธมิตร เพื่อกำหนดจุดร่วมของการใช้หลักสูตร
* จัดทำโครงการระยะสั้น ระยะยาว ที่จะช่วยรักษาความเป็นพันธมิตร
* กำหนดสิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุนจากภายนอก ที่จะเกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
* มีการเยี่ยมเยียนระหว่างครูของพันธมิตรทั้งสองฝ่าย
* ในระหว่างการเยี่ยมเยียน มีการหารือถึงสัญญาที่จะมีต่อกัน หารือการจัดตั้ง
คณะกรรมการร่วมของทั้งสองฝ่าย
ขั้นดำเนินการ
* ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ
* เริ่มต้นการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรที่ตกลง และค่อยๆ ขยายการสอนวิชาที่ยังไม่ได้ตกลง
กันไว้
* ขยายความร่วมมือ และมีการเยี่ยมเยียนระหว่างบุคลากรของทั้งสองฝ่าย
* มีการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร และข้อตกลง
* อาจมีการเยี่ยมเยียนของนักเรียนทั้งสองฝ่าย
* ชุมชนที่ตั้งของโรงเรียนทั้งสองฝ่าย เข้ามามีส่วนร่วม
* เครือข่ายจากภายนอกโรงเรียน เข้ามาให้การสนับสนุน
* มีการประเมินผลการดำเนินงานตามสัญญา และปรับปรุง
* นำประสบการณ์จากการดำเนินงานไปแบ่งปันกับโรงเรียนอื่นๆ
* ความร่วมมือ ดำเนินการต่อไป แม้จะมี การ เปลี่ยนแปลงในด้านบุคลากร และแหล่งทุน
สนับสนุน เพราะกลายเป็นความยั่งยืนของความเป็นพันธมิตร
หลักสูตร และห้องเรียนที่เป็นมิติสากล
ในการจัดการเรียนรู้ระหว่างประเทศต้องคำนึงถึงความเป็นสากลทั้งด้านหลักสูตร และห้องเรียน ดังนี้
หลักสูตร โรงเรียนจะต้องมีหลักสูตรของตนเอง และมีเอกสารแสดง
นโยบายการสนับสนุน
ห้องเรียน โรงเรียนครูผู้สอนหาโอกาสเรียนรู้หลักสูตรของแต่ละฝ่าย
ที่มีความต้องการตรงกันโดยครูของแต่ละฝ่ายที่สอนในวิชาเดียวกัน
ร่วมกันจัดการเรียนรู้
กระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนพันธมิตร
แนวที่ 1
แม้นมาส อัครกตัญญู ได้แปลและเรียบเรียง บทความของ จูดี แฮริส (Judi Harris) ("Mining the Internet" columns are available on the Learning Resource Server at the College of Education, University of Illinois, Urbana-Champaign.) ที่ได้เสนอแนะไว้ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 เลือกจุดหมายของหลักสูตร
ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ มีสองแบบ ได้แก่การจัดการเรียนรู้ที่สอดรับกับหลักสูตร (Curricularly-based goals) และการใช้วิธีการสอนแบบดั้งเดิมทั่วไป (using more traditional teaching/learning tools) ในกรณีที่ใช้แบบที่ 1 ขอแนะนำให้คิดถึงทั้งเป้าหมายด้านเนื้อหาสาระ (the content goals) ควบคู่กับเนื้อหาสาระที่จะต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติในระบบออนไลน์ด้วย เช่น ในกรณีที่เป็นโครงงานที่นำemail มาใช้ในการสอน ก็จำเป็นที่จะต้องให้นักเรียนเขียน ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรและครูผู้สอนต้องแน่ใจว่า การเขียนของนักเรียนเป็นส่วนหนึ่งของจุดหมายของหลักสูตร
ขั้นตอนที่ 2 การเลือกรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์มีหลายวิธี และสามารถนำมาใช้ได้กับทุกระดับชั้น แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เริ่มใช้กิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เนื่องจากรูปแบบเหล่านี้ไม่สามารถตอบสนองผู้ใช้ได้อย่างทันท่วงที ครูผู้สอนจึงต้องพิจารณาเลือกกิจกรรมที่สามารถทำได้อย่างเหมาะสมกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ของตน
ขั้นตอนที่ 3 การค้นหาตัวอย่างหรือโครงงานออนไลน์ที่มีอยู่แล้ว
“ตัวอย่างที่ดีมีคุณค่ามากกว่าการวางแผนเป็นร้อยครั้ง” ดังนั้น หลังจากเลือกรูปแบบกิจกรรมเรียบร้อยแล้ว ควรศึกษาวิธีการทำงานหรือผลงานของผู้อื่น โดยค้นหา ด้วย google หรือ bing หรือ อื่นๆ
ขั้นตอนที่ 4 การกำหนดรายละเอียดของโครงงาน
รายละเอียดของโครงงาน อาจมีดังนี้
• ชื่อโครงงาน
• จุดมุ่งหมาย/เป้าหมายของโครงงาน
• รายชื่อหรือ e-mail ของผู้ที่สามารถติดต่อได้
• ระดับชั้น
• จำนวนผู้ปฏิบัติงาน
• วิธีปฏิบัติหรือร่วมกิจกรรมในโครงงาน
• รายละเอียดเกี่ยวกับเวลา รวมถึงกิจกรรมที่ใช้
• รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนด จำนวน ผู้ที่สามารถเข้าร่วมในโครงงาน
• ตัวอย่างชิ้นงานของนักเรียน
• ผลการดำเนินโครงงาน
Waugh, Levin และ Smith (1994) ได้เสนอแนะว่า การคละกลุ่มนักเรียนตามระดับชั้น หรืออายุจะเป็นการดีต่อการทำโครงงาน และควรยืดหยุ่นเวลาในการทำงานเพื่อลดปัญหาเมื่อเกิดความผิดพลาดในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ขั้นตอนที่ 5 การเชิญผู้ร่วมโครงงาน หลังจากเขียนรายละเอียดของโครงงาน Waugh Levin and Smith เสนอว่าควรสรุปย่อวิธีการดำเนินงาน เพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม การสรุปย่อดังกล่าวควรน่าสนใจ อย่าลืมใส่ e-mail address เพื่อการติดต่อกลับจากผู้ที่สนใจด้วย
แนวที่ 2
มีข้อเสนอแนะในการจัดการเรียนรู้ไว้ในเว็บไซต์ http://www.projectplace.com/topnav/The-Knowledge-Place/Get-project-smart/Project-management/ ดังนี้
การจัดการเรียนรู้อย่างไร
ปกติแล้วโครงงานจะเริ่มด้วยขั้นตอนหลักๆ คือ วางแผน ปฏิบัติ และให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
1. การวางแผน ครูจะเป็นผู้ชี้ทาง (guided) ให้นักเรียน นำอภิปราย และตัดสินใจเลือกหัวข้อโครงงานพร้อมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้อง กับโครงงานนั้น แล้วนักเรียนจะเป็นผู้จัดทำรายละเอียด ซึ่งได้แก่ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ ภาระงานของนักเรียนที่บอกได้ว่าจะทำอะไร เมื่อไรอย่างไร ต้องชัดเจน
2. การลงมือปฏิบัติ การจัดทำโครงงาน ให้สำเร็จเป็นภารกิจสำคัญ นักเรียนจะต้องปฏิบัติ ในสิ่งที่วางแผนไว้ เช่น สัมภาษณ์ จดบันทึก สำรวจและเก็บข้อมูล ในขั้นตอนเหล่านี้ นักเรียนจะแสดงออกถึงความสามารถ และการพัฒนาศักยภาพของตนเอง รวมทั้งการพัฒนาทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ วิจารณ์
3. การให้ข้อมูลย้อนกลับ : การให้ข้อมูลย้อนกลับจะรวมถึงการสัมภาษณ์ อภิปราย และการนำเสนอผลงานโดยนักเรียน ด้วยสื่อที่หลากหลาย เช่น แผนภาพ แผนภูมิ เอกสาร PPT และการนำเสนอปากเปล่า กระบวนการเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นกระบวนการของโครงงาน แต่เป็นกระบวนการเรียนร่วม การทบทวน และการประเมินผล การให้คำติชม (Comments) จากผู้เรียนและจากครูทั้งสองฝ่าย ซึ่ง เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ที่จะช่วยให้นักเรียนพัฒนาโครงงาน และสร้างความมั่นใจในตัวเอง
แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. กิจกรรมการเรียนรู้ที่ครูทั้งสองฝ่ายร่วมกันวางแผน การจัดการเรียนรู้ เช่น
1.1 การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคคล (Person-to-Person (or -People) Exchanges)
การสนทนาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ระหว่างบุคคล หรือระหว่างบุคคลกับกลุ่มบุคคล หรือ สนทนากันเป็นกลุ่ม ในลักษณะของอีเมล์ หรือ เว็บบอรด ซึ่งวิธีการนี้ สามารถนำมาใช้ ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางไกลในลักษณะโครงงานได้
1.2 เพื่อนทางจดหมาย (keypals)
เป็นกิจกรรมเพื่อนทางจดหมาย (penpal activity) ที่ปัจจุบันพัฒนาเป็น email ที่นักเรียน กับ นักเรียน หรือ กลุ่มนักเรียน กับกลุ่มนักเรียน ใช้เครื่องมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือ ทำงานร่วมกันได้
1.3 ห้องเรียนสากล (global classrooms)
เป็นการประยุกต์ใช้ เพื่อนทางจดหมาแบบกลุ่มต่อกลุ่ม (group-to-group keypals) ที่มุ่งให้ห้องเรียนกับห้องเรียนตั้งแต่สองห้องเรียนขึ้นไปทั่วโลก สามารถเรียนรู้ในหัวข้อการเรียนรู้ใด ๆ ร่วมกันได้ แบ่งปันสิ่งที่เรียนรู้กันได้ ในระยะเวลาที่กำหนดร่วมกัน
1.4 การพบปะผ่านระบบการประชุมทางไกล
ปัจจุบันมีโปรแกรม ICT ที่เป็นระบบการประชุมทางไกล (teleconference) สามารถนำมาใช้ได้หลายโปรแกรม เช่น skype, yahoo messenger, camfrog ฯลฯ ซึ่งระบบเหล่านี้สามารถใช้ในการพบปะ ประชุม ได้เสมือนจริง
1.5 วิทยากรพี่เลี้ยงผ่าน ICT (Electronic Mentoring)
วิทยากรจากมหาวิทยาลัย สถาบัน องค์กรภาครัฐ และเอกชน ทั้งใน และต่างประเทศ หรือครูจากโรงเรียนด้วยกัน สามารถเชิญมาทำหน้าที่วิทยากรพี่เลี้ยงให้แก่นักเรียนได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในข้อ 1.1 – 1.4
1.6 เก็บข้อมูล(Information Collections)
การสอนที่ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเก็บ รวมรวมข้อมูล เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง อภิปราย และ สรุป นำเสนอในเว็บไซต์ ให้ข้อมูลย้อนกลับ ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน
1.7 แลกเปลี่ยนข้อมูล (Information Exchanges)
การให้นักเรียนนำข้อมูล มาแลกเปลี่ยนกันได้ทั่วโลก เช่น
- กีฬาพื้นบ้าน
- คำแสลง
- เรื่องขำขัน
- สุภาษิต
- นิทานพื้นบ้าน
- ข้อมูลการเกษตรในท้องถิ่นl
- ข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล
- วันหยุดทางวัฒนธรรม
- สำนวน
- ข้อมูลการท่องเที่ยว ที่บ้านเกิด หรือ ชุมชนที่ตั้งโรงเรียน
1.8 สิ่งตีพิมพ์อีเล็กทรอนิกส์ (Electronic Publishing)
การเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูล สามารถเกิดขึ้นได้ในลักษณะสิ่งตีพิมพ์อีเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นสิ่งตีพิมพ์โดยทั่วไป เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร ฯลฯ ซึ่งการจัดทำนี้ นักเรียนหลายคน หลายชาติร่วมกันจัดทำได้
1.9 การสร้างฐานข้อมูล (Database Creation)
ข้อมูลบางอย่างนอกจากจะนำมาแลกเปลี่ยนกันแล้ว ยังสามารถ นำมาจัดการในรูปแบบของโครงงานการจัดทำฐานข้อมูล ที่นักเรียนที่ร่วมกันทำ และนักเรียนอื่นๆ ใช้เพื่อการเรียนรู้ได้ด้วย
1.10 การท่องเที่ยวทางไกลผ่าน ICT (Tele-FieldTrips)
เมื่อครูและนักเรียนฝ่ายหนึ่งจะไปท่องเที่ยว ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง เช่น พิพิธภัณฑ์ สถานที่ทางประวัติศาสตร์ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ ฯลฯ ในระหว่างการท่องเที่ยว จะมีการรายงานการท่องเที่ยวบนเว็บบอร์ด ครูจะให้นักเรียนแบ่งปันประสบการณ์นี้กับนักเรียนจาก ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือ ประเทศอื่น โดยการรายงานผ่านอินเตอร์เน็ต ก่อนเดินทางมีการส่งกำหนดการให้ครูที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม ครูที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมก็จะให้นักเรียนของตนเองเข้ามาตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ
1.11 ร่วมสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล (Surveys and Pooled Data Analysis)
การเก็บข้อมูลจากหลากหลายแหล่งแล้วนำมาประมวล หรือสังเคราะห์ ทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพอีกกิจกรรมหนึ่ง กิจกรรมที่อาจนำมาสำรวจ และวิเคราะห์ข้อมูลได้ เช่น
- การเลือกตั้งทางไกล ด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้นำของประเทศ ที่นักเรียนทั้งสองฝ่ายรู้จักดีผ่านอินเตอร์เน็ต แล้วนำผลการเลือกตั้งจริงเปรียบเทียบกับคะแนนผลการเลือกตั้งของนักเรียน
- กีฬาทางไกล ด้วยการติดตามการแข่งขันกีฬาที่ทั้งสองฝ่ายรู้จักดีแล้วนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยกัน
1.12 การแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วม (Collaborative Problem-Solving)
กิจกรรมการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสื่อสาร
1.13 สืบค้นข้อมูล
กิจกรรมสืบค้นข้อมูล เช่น การมอบมอบงานกลุ่มให้นักเรียน โดยให้
นักเรียนทั้งสองฝ่ายรวมกลุ่มกัน กลุ่มละ 6 คน แล้วมอบข้อมูลเกี่ยวกับประเทศของทั้งสองฝ่าย เช่น ประเทศ เมืองหลวง จำนวน ประชากร แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ แล้วให้แต่ละกลุ่มค้นหาและทำให้ได้ตามเกณฑ์ แล้วมอบรางวัล
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางอีกมากมาย เช่น http://www.globalgateway.org/default.aspx?page=4161
กิจกรรมเหล่านี้สามารถทำได้พร้อมๆ กันหลายห้องเรียนโดยไม่เป็นภาระมากเกินไปสำหรับครู เนื่องจากในปัจจุบันเครื่องมือ ICT จะช่วยให้นักเรียนเป็นทั้งผู้สร้างและผู้บริโภค และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ไม่ยาก ซึ่งการร่วมเรียนรู้เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการเริ่มต้นค้นหาเพื่อนครูจากต่างแดน หรือประกาศผ่านเว็บไซต์ ให้ครูอื่นๆ นำนักเรียนเข้ามาร่วมกิจกรรม
2. ครูทั้งสองฝ่ายร่วมกันวางแผนการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วบนเว็บไซต์ เช่น
http://cc.britishcouncil.org/
2.1 ลงทะเบียน นำนักเรียนเข้าร่วมโครงงาน คลิ๊กดูได้ที่เว็บไซต์นี้ http://cc.britishcouncil.org/index.php?q=node/48
2.2 เริ่มติดต่อประสานงาน คลิ๊กที่นี่ http://cc.britishcouncil.org/index.php?q=node/211
2.3 ร่วมโครงงาน คลิ๊กที่นี่ http://cc.britishcouncil.org/index.php?q=node/49
(ยังมีต่ออีก สนใจบอกมานะครับ)