สวัสดีครับคุณครูคิมครับ
- ขอสวัสดีด้วยบรรยากาศในช่วงวันวิสาขบูชานะครับ ขอให้ได้ความงอกงามและได้มีโอกาสเข้าถึงธรรมที่ลึกซึ้งจากชีวิตและการงานทุกอย่างอยู่เสมอเลยนะครับ
- หน้าน้ำเมื่อก่อนก็มีอุบัติเหตุคนจมน้ำอยู่เหมือนกัน ก็มีอีกหลายอย่างที่เป็นสถานการณ์สาธารณสุขซึ่งสะท้อนสภาพสังคมของยุคนั้นเหมือนกันละครับ เช่น จมน้ำ งูเห่ากัด ฟ้าผ่า ควายขวิด เสือกัด แถวบ้านก็เลยจะมีข่าวลือเรื่อง จระเข้จากบึงบระเพ็ด และพรายน้ำ ควบคู่ไปกับหน้าน้ำด้วย กันเด็กและผู้ใหญ่เล่นน้ำในที่ซึ่งมีความเสี่ยง เช่น เชี่ยวกราก ลึกและเย็นซึ่งเป็นตะคริวง่าย ก็เป็นยาแก้ของสังคมได้ดีเหมือนกันนะครับ
- เป็นความจริงครับ แม้ในรุ่นผมนี่ใครจับปลาเล็กๆมากินนั้น นอกจากจะถือว่าไม่มีทักษะทำมาหากินแล้ว ต้องถือว่าผิดคุณธรรมและจริยธรรมในการทำอยู่ทำกินเอาเลยทีเดียว
- เมื่อก่อนนี้เมื่อถึงหน้าหนาว มันหนาวแสนหนาวจริงๆละครับ ผ้าห่มก็จะห่มกันแบบขาดแล้วขาดอีกจนห่มคลุมได้ไม่หมดทั้งตัว คลุมโปงแก้หนาวหัวขาก็โผล่ พอม้วนตัวซุกขาในผ้าห่ม หลังกแตะพื้นเย็นเฉียบ
- หลังเกี่ยวข้าว ได้ขายข้าวหรือเอาข้าวไปแลกสิ่งของ พอเด็กๆและคนเฒ่าคนแก่ได้ผ้าห่มกับเสื้อผ้ากันหนาวนี่ เลยเป็นเรื่องที่มีความหมายมากจริงๆละครับ
- นอกจากกันหนาวร้อนแล้ว เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มแทบไม่มีความหมายอย่างอื่นเลย เพราะหน้าอื่นก็ทำการงานและไปไหนมาไหนด้วยการถอดเสื้อผ้านุ่งผ้าขาวม้า กางเกงตัวเดียวเหมือนกันหมด ผู้หญิงก็มีซิ่นกับเสื้อคอกระเช้าแทบจะเหมือนกันหมด
- มานั่งนึกย้อนกลับไปดู ก็เข้าใจและเห็นภาพอย่างชัดเจนเลยครับว่า การอายต่อความเป็นธรรมชาติของตัวเองและอายเฟอร์นิเจอร์แสดงความเป็นตัวตนต่อกันของผู้คนนั้น เป็นสิ่งที่สร้างขึ้นตามสภาพแวดล้อมของยุคสมัยหนึ่งๆ ที่รุงรังมากมากเลยทีเดียว
- เดี๋ยวนี้สังคมขยายตัวและผสมผสานกันจนเหมือนกับทุกๆที่แล้วละครับ กลุ่มคนที่ยังคงนั่งรถเมล์และรถประจำทางอยู่โดยมากแล้วก็จะมักเป็นคนที่อยู่ในวิถีชุมชนดั้งเดิม เลยมักจะปฏิบัติต่อกันได้ในแนวทางแบบชาวบ้านๆ นั่งคุยกันได้ทั้งคันรถ แต่ก็เหลือน้อยมากแล้วครับ เวลากลับบ้านผมต้องนั่งคอยผู้โดยสารไปกับคนขับรถกับกระปี๋เป็นเวลานานเลยเชียวถึงจะพอมีผู้โดยสารให้พอเก็บค่าโดยสารได้ตังค์ไปซื้อข้าวกิน