บทความแนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553 หน้า 5
ทุนมนุษย์ในระบบราชการ
เหตุการณ์ ดี ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการสลายหรือยึดพื้นที่ราชประสงค์คืนมาหลายเรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกคือ การทำบุญใส่บาตรที่บริเวณสวนลุมพินี ซึ่งผมได้รับเกียรติจากคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ไปร่วมด้วย
ส่วนทาง กทม.รวมจัดงานพิธีตักบาตรได้ดี ทำได้รวดเร็วและดึงพลังภาคประชาชนหลายฝ่ายมาร่วมด้วยซึ่งก็ต้องยอมรับว่า บทบาทของ กทม.ในการช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติครั้งนี้มีความสำคัญ การปราบจลาจลต้องมีส่วนร่วมของชุมชนและบทบาท กทม.เข้ามามากขึ้นในอนาคตต่อไป
ผู้ว่าสุขมพันธ์ ก็แสดงความเป็นผู้นำได้ดีช่วยคุณอภิสิทธ์มาก การรวมพลังด้วยการ 5 ศาสนา ที่สำคัญหล่อหลอมความสามัคคี ทำให้ขวัญกำลังใจของคนไทยกลับสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุดและไปสู่ความปรองดองแห่งชาติ
- ส่วนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปร่วมทำความสะอาดกับบรรดาอาสาสมัครใน กทม. เป็นคนรุ่นใหม่กว่า 10,000 คน ผนึกกำลังของสังคม สร้างความปรองดองได้ระดับหนึ่ง
- ส่วนบทความผมในแนวหน้า เรื่อง การปรองดอง ได้รับความสนใจอย่างดีจากผู้อ่านคือ ใน Web ของแนวหน้า มีผู้อ่านเห็นด้วยกับการปรองดองของผม 70 – 80 คนโดยไม่มีใครคัดค้านเลย แสดงให้เห็นถึงอารมณ์และพลังซ่อนเร้นเพื่อการปรองดองและเป็นสิ่งที่ควรจะทำต่อไป
วิธีที่ควร ก็คือให้คนกรุงเทพฯออกไปต่างจังหวัด เปิดเวที สานเสวนา กับชาวบ้านโดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ กลุ่มที่เคยมาร่วมชุมนุมในราชประสงค์ไปถามความรู้สึก.. เขามีความเห็นอย่างไร? และทางออกโดยสันติวิธีคืออะไร? ฟังความทั้ง 2 ด้าน
ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งที่คาดกันว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกและคนเสื้อแดงคงยังไม่ยอมแพ้และอาจมีความโกรธแค้นมากขึ้น และคุณทักษิณเองก็คงจะสู้แบบไม่ถอย และลงใต้ดินด้วย ทฤษฎีนี้ก็อาจจะจริงได้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนหันมาแก้ปัญหาช่วยกันสร้างความปรองดอง มีสื่อที่ช่วยให้เกิดปัญญาและสาระมากกว่าบันเทิงละครน้ำเน่าลูกเดียว
สำหรับรายการโทรทัศน์ของผมในวันเสาร์นี้ ที่ TNN2 เวลา 23.00 – 23.30 น. ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ จะร่วมกันหาทางออกให้ประเทศไทย ซึ่งเป็นการมองความปรองดองหรือการปฎิวัติแบบนิ่มนวลกลับสู่ภูมิปัญญาของคนไทย แบบ Mild Revolution แบบสันติวิธี
โครงการทางวิชาการของผมที่ สำนักงาน ก.พ. เมื่อวันพุธที่ 26 ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปร่วมบรรยายเรื่อง ทุนมนุษย์ในภาคราชการ ซึ่งเป็นหลักสูตร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อเตรียมตัวเป็นระดับรองอธิบดีหรืออธิบดี
ผมโชคดีได้พบกับท่านทูตฯหลายคน ซึ่งเป็น C 10 แล้ว แต่ช่วงเป็น C9 ไม่ได้เรียน โดยเฉพาะท่านทูตวิบูลย์ คูสกุลโดยเฉพาะเป็นบุคคลที่ร่วมงานกับผมในการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ลาวเมื่อปีที่แล้วก็มาร่วมฟังการบรรยายด้วย
ได้เน้นการบรรยายแบบทุกคนมีส่วนร่วม ที่เน้นประโยชน์ที่ผู้ฟังได้รับ และนำไปปรับตัวเอง ผมพูดถึงปัจจัยการท้าทายของภาคราชการ
การที่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างเต็มตัว ประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไร?
การขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมรากหญ้า VS. คนชั้นกลาง
ค่านิยมที่เน้นความเห็นแก่ตัวและวัตถุนิยม
คนไทยขาดจิตสาธารณะ
คนเก่งไม่เข้าสู่ระบบราชการ
ข้าราชการเริ่มมีอายุ (Aging Population)
ทุนมนุษย์กับ Gender (บทบาทของสตรีในระบบราชการ)
การอยู่ร่วมกันระหว่างกลุ่มอายุต่าง ๆ เช่น Gen X, Y
ผู้นำภาคราชการส่วนมากไม่สนใจเรื่องคนแต่สนใจเรื่องอื่น ๆ
การพัฒนาทุนมนุษย์ในระบบราชการไม่ได้ผลเพราะวิธีการเรียนเป็นลอกมากไป และขาดการสร้างขวัญ กำลังใจ สร้างอุดมการณ์และแรงบันดาลใจ
การทำงานร่วมกันระหว่างข้าราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค
ทุนมนุษย์ในระบบราชการกับความหลากหลาย (Diversity)
ประเด็นที่สองให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ ลงทุนต้องคุ้มค่า โดยเน้นที่ คุณภาพ และเมื่อทุนมนุษย์มีคุณภาพแล้ว ก็ต้องกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างคุณค่าหรือมูลค่าโดยมีบรรยากาศให้ทุกๆคนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อประชาชน ไม่ใช่ เพื่อนักการเมือง
จากการเข้ากลุ่มย่อย พบว่าทุกกลุ่มจะเข้าใจตรงกันว่า..
- ทุนมนุษย์สำคัญมากในระบบราชการ
- ต้องทำให้สำเร็จให้ได้
- เมื่อตัวเองค้นหา และเข้าใจ เมื่อขึ้นไปถึงตำแหน่งที่มีอำนาจก็จะเป็นผู้นำและทำจริงเรื่องคน ไม่ใช่เป็นผู้นำที่เซ็นแฟ้มชงเรื่องจากข้างล่าง และเน้นการทำงานอย่างต่อเนื่อง และสร้างแก่นนิยมที่ดีต่อลูกน้อง เช่น ยกย่องคนที่มีคุณธรรมจริยธรรมและมีความรู้ที่ทันสมัย ไม่ใช่ระบบพรรคพวกเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น
ผมได้สร้างบรรยากาศการเรียนที่ไม่น่าเบื่อ หลายคนเห็นความสำคัญของวิธีการเรียนที่เน้น 2R’s คือ
- Reality มองความจริง
- Relevance ตรงประเด็น
ในระบบราชการต้องพูดความจริงและถกประเด็นที่สำคัญ คือ Why มากหน่อย How พอควร และ Execution คือ ทำจริง เอาชนะอุปสรรคให้ได้
อุปสรรคในการสร้างทุนมนุษย์ของระบบราชการคือ การสร้างองค์กรและการเรียนรู้ ยังทำไม่ได้ผล มีการพัฒนาคนไม่ได้เน้น คุณภาพ เน้นแต่ปริมาณและไม่ตรงกับสิ่งผู้เรียนต้องการ
และข้อเสียและจุดอ่อน ก็คือ การเมืองไทยทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ต้องการให้ข้าราชการเป็นเครื่องมือและถ้าข้าราชการขาดทุนมนุษย์ ขาดความรู้ ขาดคุณธรรม การเมืองครอบงำได้ง่าย
ผมก็เลยเข้าใจว่า บางทีผมอาจจะต้องบรรยายเรื่อง ทุนมนุษย์ในภาคนักการเมืองด้วย
แต่คำถามก็คือ จะมีนักการเมืองฟังและสนใจหรือเปล่า? แต่ผมก็จะมีความพยายามต่อไป