สวัสดีค่ะ

เมื่อวานตอนเย็นพี่คิมและน้องที่กลับบ้านด้วยกัน  แวะร้านผลไม้ของชาวสวนข้างทาง  คนขายไม่อยู่แต่ให้ลูกสาวอายุ ๑๔ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องนั่งเฝ้าร้าน

ตามธรรมดาเมื่อมีรถจอดอยู่คันหนึ่งคือรถของพี่คิม รถคันอื่น ๆ มักจะจอดตามเหมือนเรียกลูกค้า

พี่คิมและน้องคนนั้นก็ช่วยขายผลไม้ ชั่งกิโล คิดเงินและรับเงินส่งให้ลูกสาวเจ้าของร้าน

มีลูกค้ากลุ่มหนึ่ง ๔ คนชายหญิงหนุ่มสาว ทั้งสวยและสาว "ลงมาซื้อเงาะ มังคุด และถามว่าทุเรียนพันธุ์อะไร  พี่คิมไม่กล้าตอบกลัวไม่ใช่  จึงหันไปถามลูกสาวเจ้าของร้านต่ออีกที"

หญิงสาวคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า "อะไรวะ ขายทุเรียนแต่ไม่รู้จักพันธุ์"  แค่ได้ยินคำพูดมันก็น่าโกรธหรืออารมณ์เสียนะคะ 

แต่พี่คิมก็หยุดและ "ยิ้มให้เขา  พบกับอาการหน้าบูดบึ้ง  ชาตินี้ยิ้มไม่เป็นทำนองนั้น กับสายตาที่ดูหมิ่นมองพี่คิมหัวจรดท้าย เพราะพี่คิมแต่งชุดไปทำงาน  คงดูหมิ่นในใจว่า...."

เมื่อเราสองคนออกจากที่นั่น "เราคุยกันถึงเรื่องนี้ พี่คิมถือโอกาสแลกเปลี่ยนกันไป  เพราะน้องเขาก็ยังเด็กว่า...เรื่องอะไรที่เราพบเห็นนะ  ทั้งดีและไม่ดีมันเป็นบทเรียนสอนตัวเราและเราสามารถนำไปสอนเด็กของเราด้วย"

กรณีของท่านรองฯ เล่ามา พี่คิมพบเป็นประจำค่ะ โกรธบ้าง เดินหนีบ้าง ภายหลังเรียนรู้มากขึ้นก็อดทนได้ค่ะ