ระหว่างวิทยาศาสตร์กับศาสนา
ถ้าไม่มีวิกฤติเราก็ไม่เปลี่ยน เราก็อยู่กันอย่างสบายๆ เพราะฉะนั้นช่วงนี้มันจะมีวิกฤติเกิดขึ้นเยอะ และสร้างปัญหาให้กับเรา ทำให้การเปลี่ยนแปลงจะเร่งและรีบด่วน มันจะไม่ใช่ 50 ปีอย่างที่บางคนทำนายหรอก มันจะเกิดขึ้นเร็วมาก สมัยนี้เราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลง เราไม่มีเวลากันแล้ว
สำหรับบางคน ความสำเร็จในหน้าที่การงานอาจวัดด้วยชื่อเสียง เงินทอง แต่สำหรับบุคคลท่านนี้ สิ่งเหล่านั้นคือของแถมจากการใช้ชีวิตอย่างเต็มศักยภาพในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
ถ้าบอกว่า เขาคือ อดีตวิศวกรที่ทำรายได้เป็นหลักล้านต่อเดือนเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็นนักธุรกิจผู้เคยรั้งตำแหน่งผู้บริหารมาหลายบริษัท ได้รับการยอมรับในฐานะนักการเมืองน้ำดี เป็นนักการศึกษาที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายมาแล้วทั่วโลก รวมถึงเคยเป็นนักแสดงประกอบในภาพยนตร์เรื่อง 'ข้างหลังภาพ' ...หลายคนอาจนึกไม่ออก
แต่ถ้าแนะนำว่า ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้นี้ คือบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในโฆษณาชิ้นหนึ่งว่า เป็นผู้คิดค้นระบบลงจอดบนดาวอังคาร คงไม่มีใครมองผ่านไปเฉยๆ ถึงแม้ว่าในทัศนะของผู้เป็นเจ้าของเรื่อง ผลงานชิ้นนี้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ แห่งบททดสอบพลังการหยั่งรู้ของมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น
อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าถึงเรื่องราวที่ปรากฏในโฆษณาชิ้นนี้ค่ะ
มีบริษัทโฆษณาเขามาติดต่อผม เขาเพียงแต่บอกว่าเขาต้องการยกย่องคนดีในสังคม ผมก็บอกว่าการที่จะยกย่องคนดีนั้นก็เป็นสิทธิของทุกคนอยู่แล้วไม่ต้องมาขออนุญาตอะไร ผมเพียงแต่บอกว่าขออย่างเดียวอย่าให้เกี่ยวข้องกับการโฆษณาสินค้าอะไรต่างๆ ก็ได้บอกเขาไว้อย่างนั้น เขาก็สัญญาว่าในช่วงของผมจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ แต่เสร็จแล้วเขาก็ไปเสริมเติมตอนท้าย ก็เลยเป็นการทำให้คนเข้าใจว่าผมมาโฆษณาเหล้า ซึ่งผมก็ไม่พอใจเหมือนกัน ก็เรียกเขามาคุย เขาก็รับปากว่าจะเพิ่มเติมส่วนที่แบ่งระหว่างเรื่องของผมและสินค้าที่เขาโฆษณา จริงๆ แล้วผมไม่ได้สักบาทหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการโฆษณาอะไร
แล้วในส่วนของผลงานการคิดค้นล่ะคะ มีที่มาที่ไปอย่างไร
ตอนนั้นผมเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอสอนไปได้สัก 2 ปี รู้สึกว่าวิทยาการมันก้าวล้ำไปแล้ว ความรู้ ประสบการณ์ของเรามันล้าสมัย ผมก็เดินทางไปต่างประเทศ ส่วนใหญ่แล้วไปที่สหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะได้ไปหาข้อมูลเรียนรู้อะไรต่างๆ เพิ่มเติม เพื่อกลับมาสอนนิสิตนักศึกษาในประเทศไทย ผมก็ลาราชการไป บังเอิญเขาประกาศเกี่ยวกับยานอวกาศขององค์การนาซาที่จะไปสำรวจดาวอังคาร ก็พยายามสมัครเข้าไป คือเสนอโครงการเข้าไป ตอนแรกๆ เขาก็จะไม่รับคนต่างชาติ เพราะว่าเป็นความลับทางเทคโนโลยี แต่ผมก็เห็นว่ามันมีช่องโหว่ในกฎหมายที่เขาจะรับคนต่างชาติได้ โดยเฉพาะกรณีที่เขาขาดแคลนคนที่มีความรู้ทางด้านนั้น
ผมก็เลยดูว่ามีอะไรที่ทางอเมริกาเขาขาด ทำไม่สำเร็จ ผมดูแล้วก็มีอยู่อย่างเดียว คือช่วงนั้นปี พ.ศ.1971 อเมริกาและรัสเซียก็พยายามส่งยานอวกาศไปลงที่ดาวเคราะห์ โดยเฉพาะดาวอังคาร ดาวพุธ กับดาวศุกร์ แต่ปรากฏว่าล้มเหลวทุกครั้ง พอเขาส่งไปถึงมันจะตกลงไป มันจะกระแทกพื้นดิน พังใช้การไม่ได้ เพราะว่ามันอยู่ห่างไกลจากโลก ไม่สามารถควบคุมการร่อนลงได้จากโลกของเรา ฉะนั้นต้องเป็นระบบที่มันควบคุมตัวเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งอันนี้ทางอเมริกายังไม่ประสบผลสำเร็จ ผมก็เลยเสนอโครงการเข้าไปว่าผมจะช่วยสร้างชิ้นส่วนอันหนึ่งที่จะบังคับยานอวกาศให้ร่อนลงโดยอัตโนมัติลงสู่พื้นดินของดาวอังคารอย่างปลอดภัย
ตรงนี้เองที่ทำให้เขาสนใจและทำให้ผมเข้าไปร่วมในโครงการยานอวกาศได้ โดยเริ่มไปทำงาน ไม่ใช่กับองค์การนาซาโดยตรง เพราะนาซาเขาจะไม่สร้างอะไรเอง เขาจะให้บริษัทต่างๆ เป็นผู้ผลิต ฉะนั้นผมก็ต้องไปทำงานกับบริษัทในสหรัฐอเมริกา โดยอยู่ในโครงการอันนี้ที่ผมเสนอไป ตอนแรกทางสหรัฐอเมริกาเขาเช็คประวัติของผมก่อนว่าผมมีแนวโน้มเอียงไปทางซ้ายหรือเปล่า เขาระมัดระวังมาก เขาจะส่งคนไปสืบดูในทุกๆ แห่งที่ผมเคยอาศัยอยู่ รวมถึงที่ปารีสซึ่งเคยอยู่ 2 ปี ปรากฏว่าผ่านทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไร เขาเลยให้ทำงาน ทำวิจัยไปประมาณ 1 ปี สร้างต้นแบบมาหลายต้นแบบ แต่ปรากฏว่าไม่ประสบผลสำเร็จ ใช้การไม่ได้
แต่หลังจาก 1 ปี ผมก็คิดขึ้นมาว่าวิธีการหาความรู้แบบตะวันตก มันใช้ไม่ได้ เพราะเราต้องอาศัยข้อมูลของคนอื่น เราต้องทำวิจัย เราต้องมาเปลี่ยนแปลงวิเคราะห์ ผมคิดว่าใช้วิธีของทางตะวันออกดีกว่าก็คือไปนั่งสมาธิเพื่อให้เกิดปัญญา ผมก็ปีนขึ้นไปอยู่บนภูเขาในรัฐแคลิฟอร์เนีย ใกล้ๆ เมืองลอสแองเจลิส และนั่งสมาธิอยู่ตามลำพัง จนกระทั่งจิตนิ่ง สงบ ปัญญามันก็เกิด ผมอยู่ 4 คืน 5 วัน วันที่ 5 กำลังนั่งอยู่เฉยๆ สงบนิ่ง ไม่คิดถึงโครงการยานอวกาศเลย อยู่ๆ มันก็แวบเข้ามา แล้วเราก็ได้คำตอบ เราก็ อ๋อ รู้แล้ว เข้าใจแล้ว แค่นี้ คือในการฝึกสมาธิจนปัญญาเกิด โดยที่เราไม่ต้องคิด มันจะไม่ผ่านระบบความคิดอะไร