สวัสดีครับ...คุณ

P

แต่อาจารย์ห้ามถามต่อนะครับ ว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงแบ่งธรรมออกเป็นสังขตธรรมและอสังขตธรรม

เพราะจนด้วยเกล้าจริงจริง (เกินภูมิปัญญาของสามัญชน )

ฮา ๆ เอิก ๆ...แต่ผมจะถามว่า...ภูมิปัญญาของสามัญชนรู้ได้เฉพาะเรื่องราวของสังขตธรรมเท่านั้นรึ...?ความเป็นปลาอยู่ในน้ำทำไมอยากไปอธิบายมังกรล่องหนอยู่ในฟากฟ้าเล่า...

ยังไม่พบงานวิจัยใดใดสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้นะครับ มีแต่อุปทานของผู้พูดเท่านั้น ...

การเล่าเรื่องจริงในอดีต...จนกลายมาเป็นนิทานที่บันทึกไว้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นก็มีนะครับ...เช่น เรื่องจำปาสี่ต้น  คณะหมอลำเรื่องทางภาคอิสานนำมาเผย

แพร่...คือเมื่อเด็ดกิ่งจำปา  แก่กลายเป็นหักนิ้วก้อยของเด็กหนึ่งใน 4 คนนั้น...เมื่อฤาษีชุบชีวิตขึ้นมาได้ปรากฏว่า...เด็กน้อยนั้นไม่มีนิ้วก้อย  เมื่อถามเขาก็ระลึกชาติได้ว่าโดนหักไป...นักปรัชญากรีกคนหนึ่งก็ระลึกชาติได้ตามประวัติว่าเขาเคยเกิดเป็นต้นไม้...

ฮา ๆ เอิก ๆ...แสดงว่ามีหลักฐานถ้าเราต้องการค้นหาจริง ๆ

เราสู้กิเลสด้วยกำลังทั้ง๕เรียกว่าพละ๕ครับ ...

เป็นมุมคิดที่น่าสนใจครับ...

เพราะสภาวะธรรม น้ำใจนักกีฬา เหล่านี้เกินความสามารถของภาษาสมมติ(เครื่องมือในการแสวงหา/จัดการความรู้ )จะบรรยายได้...

เมื่อพูดไม่ได้บรรยายไม่ถูกแล้วเราไม่เสียเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้หรือ...ฮา ๆ เอิก ๆ

เวลาพระภิกษุท่านสอนผม ท่านจะให้ผมยืนขาเดียวจนเข้าใจคำว่า"ทุกข์ ...

สาธุอย่าให้มีบาป...นี่เข้าข่ายการทรมานตนเป็นอัตตกิลมถานุโยคหรือเปล่าครับ...ฮา ๆ เอิก ๆ

ขอบคุณครับ