มาเยี่ยมป๊ะคะ ไม่อยากออกความคิดเห็นเลย รู้แต่ว่าสงสารประเทศไทย เพราะประเทศไทยตอนนี้ได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายสองพวกแล้ว ต่างฝ่ายก็ขุดค้นความไม่ดีของฝ่ายตรงกันข้ามขึ้นมาแฉ แฉประจำทุกๆวัน สุก็ได้แต่ฟังแล้วนำมาวิเคราะห์คำพูดแต่ละฝ่าย แล้วนำมาวิเคราะห์ ฝ่ายไหนพูดเกินไป โดยพยายามทำตัวเป็นกลาง สุไม่อยากจะย้อนอดีตคะ แต่รู้ว่าเรื่องมันมาจากอดีต และจะยืดเยื้อต่อไปถึงอนาคต ต่างฝ่ายต่างก็ต้องตั้งรับให้ดี เพลี้ยงพล้ำเมื่อไหร่ ก็จะโดนกระทืบซ้ำอีกเมื่อนั้น ฉะนั้น ต่างฝ่ายต่างแสดงแสนยานุภาพของตนเอง นั่นคือระดมพล มากเท่าไหร่ยิ่งดี ยังไง ยังไง อีสานก็แดงเกือบทั้งหมดแหละคะ และแต่ละฝ่ายเท่าที่ทำได้ เหมือนกับว่า มึงทำได้กูก็ทำได้ไม่แพ้มึง แข่งขันกันชนะ จะว่าเอาพลังคนเป็นเครื่องมือ แต่ก็ว่าเขาไม่ได้หรอกคะ พลังคนมันพิสูจน์อะไรได้อีกหลายอย่าง
-และต่างฝ่าย ก็มีพวกสนับสนุนอย่างชัดเจน จะชนะหรือแพ้นั่น ก็คิดว่าคงอยู่และดูจากพลังประชาชนคะ ถ้าหากว่า เขาใช้สิทธิ ที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ทำไปเถอะคะ สมัยพ่อขุนราม ใครเดือดร้อนยังมาให้เคาะระฆัง หรือตีกลองเลย ตอนนี้เขาเอาพลังประชาชน มาแทน ก็ไม่รู้จะด่า หรือจะสนับสนุนดี คิดว่า ปล่อยเขาแสดงไปก่อน ถ้าสู้แบบอหิงสาไม่มีทำร้ายกันด้วยอาวุธ เพราะสุก็อยากดูการปฏิบัติงานของเขา การสู้กันแบบอาศัยพลังประชาชน และเขาสัญญาว่า ไม่ทำความเดือดร้อนต่อชีวิต ชอบบู๊มากคะ สุเลยผิดหวัง
-ส่วนเรื่องสังคมนิยม หรือทุนนิยมนั้น สุก็ไม่อยากออกความคิดเห็น เพราะกาลเวลามันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ความเจริญทางวัตถุนิยมเข้ามา เลยทำให้สังคมนิยมเปลี่ยนไป และทุนนิยม ก็พลอยเปลี่ยนแปลงไปด้วย
ความคิดของสุนะ ไม่ได้แปลมาจากไหน อาจจะไม่เหมือนใครก็ได้ ว่าเอง อาจจะประชดคะ
-สังคมนิยม เอาหลวงเป็นใหญ่ หลวงหรือรัฐว่าอะไรมาต้องทำตาม อยู่ในโอวาทห้ามยึกยัก หลวงจะพาทำเอง ชาวบ้านไม่ต้องใช้หัว ขอแต่เชื่อฟัง และทำตาม จะหาความเจริญมาให้เอง ตามโครงการที่หลวงว่าไว้แล้ว เชื่อหลวงเถอะ
-ทุนนิยม นั่นคือชอบความทันสมัย ชอบเปลี่ยนแปลง แม้จะเป็นหนี้เป็นสินก็เอา ชาวบ้านอาสาทำเอาเอง แม้จะเป็นหนี้เป็นสิน ขอให้ทันสมัย และสบายกันไวก่อน และมักจะมีคนให้โอกาสยืมทุน ชอบๆๆๆมาก แม้จะเป็นหนี้ ดีดี ทันสมัยดี
-วัตถุนิยม ผลิตภัณธ์สินค้าที่ทันสมัยต่างๆ ของนอก ของสบาย เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องอำนวยความสะดวก รสนิยมสูง รายได้ต่ำ เป็นหนี้เป็นสินก็เอา ขอแต่ว่าตนเองมีไว้ในครอบครอง แม้จะจนในบางครั้ง ก็เอาไปจำนำได้ อิอิ
ที่สุให้คำจำกัดความมานี้ เพื่อจะเกริ่นว่า นิสัยคนไทยเป็นเช่นนี้ ในสมัยไหน ใครให้ 3 สิ่งนี้ได้ เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่สุด คนนั้นได้ใจ ฉะนั้นใครอยากเล่นการเมือง ก็คงต้องศึกษาความต้องการของชาวบ้าน และพาเขามีและเป็นไปให้ได้ เขาก็จะมีความรู้สึกว่าคนนั้นเก่งเหลือเกิน แม้จะเป็นหนี้เป็นสิน ก็ยังหาเรื่อง มีกองทุนนั่นนี่ ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทั้ง 3 ข้อนี้
-ป๊ะ สุว่าไม่อยากเขียนมากแล้วนะ ไม่รู้ว่าตรงประเด็นหรือเปล่า เพราะในประเด็นให้แต่คนเดือนตุลาตอบ ก็คงจะหมายถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนตุลาใช่ไหมคะ
-สุไม่ใช่เดือนตุลา แต่อยากแสดงความคิดเห็น ว่าทำไม ทำไม ถึงเกิดเหตุการณ์ ตุลา มีนา เมษา ไปจน ธันวา อิอิ มากไปแล้ว อยากถามสุไหมว่า พูดเล่นหรือพูดจริง
สารภาพ พูดประชดพร้อมแดกดันคะ รักประเทศไทยเสมอคะ
ดูรูปแก้เซ็งไปก่อนนะคะ