บทเรียนจากความจริง กับดร.จีระ

จากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม 2553 และ www.naewna.com 

 

ขอบคุณทุกฝ่าย ใช้วิธีการอย่างสันติ

                ครบ 7 วัน ของการต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่ม นปช.โดย ใช้สันติวิธีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งขณะที่เขียนอยู่ยังไม่มีความรุนแรงจนน่าวิตก

                แต่จากนี้ไปจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ยังไม่แน่ แต่มีแนวโน้มดังต่อไปนี้

                คนกรุงเทพฯ เริ่มปรับตัวให้อยู่กับการประท้วง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กรุงเทพฯเงียบกริบ คาดว่าจะรุนแรง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอถึงวันอังคารที่ 16  วันพุธที่ 17 และเช้าวันพฤหัสที่ 18 วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯก็เริ่มปรับกับการประท้วง คล้ายๆในตะวันตกหรือเกาหลี ญี่ปุ่น ที่ประท้วงได้แต่อย่ากระทบผู้อื่น ชีวิตต้องเดินต่อไป

                ฝ่ายเสื้อแดงมีการขัดแย้งกันอย่างหนัก ระหว่างกลุ่มแดงสยาม (หมวกแดงมีดาว)  กลุ่มเสธแดง และกลุ่ม 3 เกลอ

ผู้ทำการประท้วงคงต้องหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อเร่งเร้าให้สมาชิกอยู่ต่อหรือมาสมทบใหม่ ผมมีโอกาสผ่านไปดูบรรยากาศแถวสะพานผ่านฟ้า เมื่อวันอังคารได้ถามความเห็น ส่วนใหญ่ยังขาดอุดมการณ์ขาดจิตสำนึก บทเรียนครั้งนี้คงสอนให้รัฐบาลทุกรัฐบาล (รวมทั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์) ว่าต้องเน้นในการศึกษาแก่คนไทย 

“คิดเป็น วิเคราะห์เป็น คิดแบบวิทยาศาสตร์ คิดแบบสร้างสรรค์ Creativity และ นวัตกรรม Innovation  เป็นสังคมการเรียนรู้ มีจิตสาธารณะ”

ไม่ใช่แค่เรียนฟรี แต่ให้คนไทยใช้ปัญญามากขึ้น

                ตัวเลขผู้ชุมนุมที่แต่ละฝ่ายอ้างอิงต้องมองอย่างเป็นธรรม ฝ่ายข่าวกรองและตำรวจ วิเคราะห์ว่าจำนวนไม่มากอย่างที่คิดไว้ บางช่วงเวลาเหลือแค่ 20,000 คน ฝ่ายเสื้อแดงย้ำว่าจำนวนมากเป็นแสน มีกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ ที่ยังดูคึกคัก สร้างสีสันโดยเฉพาะกลุ่มที่นำโดยรถปิคอัพโบกธง

                การปลุกกระแสไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายนัก ขณะนี้คนระดับรากหญ้าต้องสู้กับทุนข้ามชาติไม่ใช่สู้กับกลุ่มอำมาตย์ ในด้านรัฐบาลตัวช่วยมากๆ คือพลังเงียบที่สร้างให้เกิดสันติวิธีช่วยเฝ้าระวัง

เศรษฐกิจไทยช่วยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ว่าการเก็บภาษีที่มากขึ้นหรือการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้นในช่วงวันที่ 15 – 17 มีนาคม และช่วงหลัง ๆ ผมใช้ Blog อธิบายข้อมูลบางอย่าง ทำให้ คนนิยมเสื้อแดงเริ่มเข้าใจ เช่น เสื้อแดง บอกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์กู้มากกว่ายุคคุณทักษิณ แต่ปรากฏว่า การกู้ของรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์มีแค่ 44 % ของ GDP ประเทศที่ร่ำรวยกว่าไทย เช่น :

 

                Greece                                                   123 % ต่อ GDP

                อังกฤษ                                                   100 % ต่อ GDP

                เยอรมัน                                                    80 % ต่อ GDP

                ก่อนมีการประท้วง ผมทำงานเรื่องการให้ความรู้พบว่า เงินกู้โครงการไทยเข้มแข็งบางก้อนได้ไปพัฒนาคน เช่น โครงการพัฒนาภาวะผู้นำและผู้บริหารมืออาชีพยุคใหม่ของอาชีวศึกษาสำหรับข้าราชการส่วนกลาง (กพ.) นำไปพัฒนาคนไม่ใช่แค่เอาใจพรรคร่วมหรือถนนปลอดฝุ่น ซึ่งเรื่องนี้สื่อรัฐทำงานยังคลำไม่ถูกนัก เน้นโจมตีตัวคุณทักษิณมากเกินไป ไม่เน้นผลงานรัฐบาล ที่มีเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นและพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

                นายกฯอภิสิทธิ์ มีภาระหนักมาก ได้ผ่านสิ่งที่ร้ายแรงมาเยอะ ขอให้กำลังใจ อดทนและใจเย็น แต่อย่าประมาท รักษาตัวให้ดี

                ข่าวที่น่ากลัว คือเรื่องลอบทำร้ายผู้นำหรือก่อวินาศกรรมต้องติดตามกันต่อไป แต่ประชาชนต้องช่วยให้ข้อมูลฝ่ายรัฐฯ

                คนกรุงเทพฯและคนต่างจังหวัดเริ่มได้เรียนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร? ต้องคิดให้รอบคอบและถ้าผ่านเหตุการณ์ไปได้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องหาทาง :

  • พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้ทุกฝ่ายเห็นชอบด้วย
  • มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าให้ยั่งยืนและให้เขามีสิทธิ์ มีเสียง และนายกฯอภิสิทธิ์ไปเยี่ยมต่างจังหวัดให้มากขึ้น หาวิธีการกระจายรายได้ที่เหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทให้ดีขึ้น
  • การสร้างความรู้ภูมิปัญญาให้เกิด Wisdom เปลี่ยนแปลงสังคมรากหญ้าเป็น สังคมปัญญา เน้นการศึกษานอกระบบ ไม่ใช่แค่เรียนฟรี ต้องสอนให้คนไทยคิดเป็น ต้องมีชุมชนแห่งการเรียนรู้ เอาความจริงมาพูดถกเถียงกัน

หลักฐานการตัดสินของศาลฎีกาคดีคุณทักษิณก็เป็นจุดควรให้สังคมไทยได้เรียนรู้ว่าอะไร ไม่ใช่มองแค่ว่าการประท้วง เพื่อคุณทักษิณกลับมาเท่านั้น

ที่สำคัญก็คือประชาธิปไตย ต้องมีธรรมาธิปไตย ถ้าคุณทักษิณชนะขึ้นมาแล้ว ประเทศจะเป็นอย่างไร? ผมยังมองไม่ออก ระบบต่างๆ ของเราจะอยู่ได้อย่างไร?

สุดท้ายทีมจัดรายการทาง FM.96.5 MHz. ได้หาทางออกต่อสังคม ประชาชนน่าจะรับฟัง เช่น ท่าน ว.วชิรเมธี ขอให้เน้น

  • สติ
  • ขันติ
  • สันติ

แต่ท่านทิ้งท้ายได้ดีว่าถ้า ทำสำเร็จได้ต้องมีปัญญา รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ต้องให้การศึกษา สร้างปัญญาให้คนไทยทั่วประเทศ

ผมขอยกย่องพลตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นคนดีและกล้าหาญ ตายไปแล้วยังเป็นบทเรียนว่าเป็นข้าราชการไทยเพื่ออะไร? เมืองไทยขาดข้าราชการที่มีอุดมการณ์ อย่างจ่าเพียร

สุดท้ายฝากประชาสัมพันธ์ว่าทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.05 – 19.00 น. FM.107.5 MHz. ผมมีรายการวิทยุที่เน้นให้ความรู้ ลองติดตามฟังดู

จีระ  หงส์ลดารมภ์

...............................................

อ่านบทความอื่น ๆ ของ ดร.จีระ คลิ๊กที่นี่ http://www.naewna.com/allnews.asp?ID=97