สวัสดีครับคุณครูปริมปรางP

  • บ้านเมืองที่วังยางยังมีเป็นธรรมชาติ มีความเป็นพื้นเพชุมชนที่พึ่งพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติอยู่มาก 
  • แต่เบื้องหลังของพวกเขาก็มีทั้งความเจ็บปวดและความภาคภูมิใจ มันเป็นเรื่องที่เนิ่นนานมาแล้ว
  • แม้แต่คนในท้องถิ่นที่นั่นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยมีใครจะได้รับรู้...ไม่เคยรู้มาก่อนถึงแนวทางการต่อสู้ ไม่เคยรับรู้ถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่นตัวเอง 
  • คนท้องถิ่นก็ไม่อยากรำลึกถึงความเจ็บปวด(แต่เด็กๆคนเรียนหนังสือในโรงเรียนก็มักจะพอรู้เรื่องอเมริกา  ว่ามีกี่รัฐ มีแม่นำสำคัญชื่ออะไร  มีประวัติการต่อสู้ระหว่างรัฐภาคเหนือกับรัฐภาคใต้อยู่บ้าง)
  • การบูรณาการการเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน  เป็นเรื่องใหญ่มากครับผมสนใจในเรื่องนี้ด้วยครับ  ให้เป็นการเรียนรู้ด้วยสติที่รู้เท่าทันต่อรากเหง้าตัวเอง (Mindfulness Learning)ทำไงดี
  • ทำให้ผมนึกถึงบทสุนทรพจน์ของน้องเฟรินส์_ด.ญ.ศศิมาภรณ์  เครือละม้ายเยาวชนตำบลบ้านเลือกที่ได้กล่าวเมื่อ29ม.ค.53ที่ผ่านมา ผมมีงานศึกษาวิจัยในพื้นที่นี้อยู่จะขอเล่าในโอกาสต่อไปครับ ขอนำมาบางตอนไปก่อน
  • นอกจากนี้บ้านเลือกของเรา ยังคงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมของชาวลาวเวียง เพื่อสอนลูกหลานของชาวลาวเวียง ให้ตระหนักถึงชาติพันธุ์ของตัวเอง และตระหนักในคุณค่าความเป็นคนไทย ไปพร้อม ๆ กัน

              ดังคำกล่าวของท่าน สตีเฟ่น อาร์โคฟี่ นักวิชาการผู้มีอิทธิพลทางด้านความคิดของสหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ว่า เราต้องให้ 2 อย่างแก่เยาวชน คือ 1. ให้รากเหง้าแก่เขา 2. ติดปีกให้แก่เขา

    • ให้รากเหง้าแก่เขา  หมายถึง  ให้เขาคำนึงในวิธีการดำเนินชีวิต และวัฒนธรรมของตน
    • ติดปีกให้แก่เขา  หมายถึง  การเสริมสร้างจินตนาการให้แก่เขา คนเราอาจลอกเลียนแบบบุคลิกภาพกันได้ ลอกเลียนความรู้กันได้ แต่ไม่อาจลอกเลียนวิธีคิด และจินตนาการของกันได้