นิรุกติสาสตร์ หรือ Ethymology นี่น่าสนใจจริงๆครับ ภาษามีอดีต (ที่มา) มีปัจจุบัน (การใช้ประโยชน์) และมีอนาคต (วิวัฒนาการ) ไม่เคยนิ่งเฉย
และอย่าลืมว่า "ภาษา" ที่สื่อสารกันนั้น ส่วนใหญ่ เป็น อวจนภาษา เสียด้วยนะครับ เดี๋ยวจะเพลินนึกว่าภาษามีแต่พูด มีแต่อักษร อย่างเดียว
เมื่อก่อนเรามี "ตะแล้บแก๊บ" ที่มาจาก "telegram"
มี "กับปิตัน" จาก "captain"
ไอยเรศ ไอยรา Elephant
หรือที่ อ.บัญชา ยกตัวอย่างมา ทางการแพทย์เราก็ใช้ตรงๆ lingual nerve = เส้นประสาทของลิ้น
หทัย / heart
มน, มโน mind
แม่ mama mum มารดา mother
เคยอ่านหนังสือเล่มนึง ชื่อ ภาษาไทยไฮเทค ของ อาจารย์ดอกเตอร์นิตยา กาญจนะวรรณ อาจารย์กล่าวไว้น่าสนใจ คือ คนมองภาษาแบบครูสอนภาษา กับ นักภาษาศาสตร์
บางทีเมื่อคำเปลี่ยน การใช้เปลี่ยน ครูภาษาก็มองเป็น ภาษาวิบัติ ด้วยความเป็นห่วง ด้วยความเสียใจ แต่นักภาษาศาสตร์อาจจะมองแบบนักประวัติศาสตร์ คือ บันทึกเรื่อวราวเป็น ภาษาที่วิวัฒน์ เปลี่ยนแปลง สำคัญคือมันสื่ออย่างไร
แต่เดิมคำดีๆ ก็เปลี่ยนความหมาย เช่น
"ลงแขก" หรือร่วมมือกันเกี่ยวข้าว ก็กลายเป็นโทรมหญิง
"ปลุกใจเสือป่า" ที่ในหลวงรัชกาลที่หกทรงตั้งขึ้น เดี๋ยวนี้ "อะไร" ที่ปลุกใจเสือป่าก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
เอ๊ะ ออกมาตรงนี้ได้อย่างไร
ไปดีกว่า