ปัทมาครับ
แหมเรื่องนี้ท่าทางจะยาว เดี๋ยวจะลองทำให้สั้นดู
คำ "transcend and include" อยู่ในหนังสือเล่มนึง จำไม่ได้แล้วว่าเล่มไหน เป็นหนังสือ recommend ในกลุ่มจิตวิวัฒน์ (ที่แนะนำหนังสือเยอะมาก เพราะ อ.เดวิด สปิลเลน อ.ประสาน ต่างใจ อ.ประเวศ อ.สุมน อมรวิวัฒน์ พี่โกมาตร to name but a few ล้วนเป็นนักอ่านตัวฉกาจฉกรรจ์ (แฮะๆ ไม่ดุดันขนาดนั้น) คำแปลนี้ (ข้ามพ้นแต่ปนอยู่) ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นของ อ.สุมน ครับ นักปราชญ์ราชบัญฑิตท่านกรุณาให้มา
จำได้เลาๆช่วงนั้นมีหนังสือของ Ken Wilber เรื่อง Integral Spirituality เล่มนึง ของ Bruce Lipton เรื่อง Biology of Belief เรื่องนึง และอีกสองสามเล่มของ Joseph Chilton Pearce ก็คงแถวๆนี้แหละครับ
ความหมายก็เป็นการพูดถึงการพัฒนาสภาวะจิต ของเราท่านที่ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสังสาร ตัวก็ยังอยู่ ครอบครัวก็ยังอยู่ จิตข้ามพ้นแต่ยังนำมาใช้ ดำเนิน และหยั่งรู้รับรู้ความเป็นไปในโลกีย์ แต่อาจจะด้วยสายตาอีกระนาบนึง อย่างที่ไอสไตน์บอกว่า "ปัญหาใดๆไม่สามารถจะแก้ได้ด้วยจิตในระดับเดิมเดียวกับที่สร้างปัญหามาแต่แรกเริ่ม" พอเรายกจิตแล้ว ก็มองเห็นปััญหาอีกมุม จาก top view เราจึงสามารถ "ปนอยู่" ทั้งๆที่ข้่ามพ้นไปแล้ว
ในเรื่องข้างต้น การแก้ปัญหา relationship ที่ออกไปทางเทคโนโลยี ทาง speeding ทาง law ทางการ "เหนือกว่า พร้อมกว่า ด้านข้อมูลและเทคนิก" นั้น ดูเหมือนจะดี มีประสิทธิภาพ แต่มันสิ้นสุดก็จากเทคโนโลยีนี่แหละ เพราะอีกทางหนึ่งเขาก็พัฒนาด้านนี้ได้ไม่แพ้เราเลย เราจะเป็นคนชี้นำไปก่อนด้วยซ้ำว่าทำอย่างนี้ๆ
ถ้า risk management team ของเราแสดงว่าเรา "เขี้ยว" ขนาดไหน และเผอเรอละเลยเรื่องความ sensitive ความรู้สึก empathy เอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว อีกหน่อยภาพมันก็ออกไปในลักษณะแข็งและเขี้ยวอย่างที่เราทำ ใครมีปัญหากับ รพ. แทนที่จะพูดกัน เห็นใจกัน ก็ต่างฝ่ายต่างกลับไปเตรียมข้อมูล เตรียมประเด็น เพื่อเอารัดเอาเปรียบ ชิงพื้่นที่ strategy ที่เหนือกว่ากันไว้ก่อน
ผมยังชอบที่ท่านอาจารย์แสวง บุญเฉลิมวิภาสแนะนำไว้ ท่านเป็นนักกฏหมายที่ระดับแนวหน้า และคุ้นเคยมีความเมตตากับวงการแพทย์มานานมาก ท่านบอกว่า เราตั้งอกตั้งใจ ใช้จริยธรรมนำน่ะดีแล้ว อย่าไปใช้กฏหมงกฏหมายนำหน้าเลย ถ้าทุกครั้งที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เจ้าของไข้ไปเจอคนไข้พร้อมทนาย พร้อมทีมป้องกันความเสี่ยงของโรงพยาบาล มันจะออกมาแบบ intimidate มาก relationship มันจะเร่ิม shift ไปในทันที
ข้อแนะนำประเภทให้พูดเหมือนๆกัน รอ consensus จากทีมใหญ่ก่อน ก็ดีครับ ขอเพียงไม่ถึงกับทำให้เกิดการไม่กล้าเดินจากห้องกลัวเจอคนไข้และญาติ เพราะยังไม่ได้รับ brief ว่าต้องพูดว่าอะไรดี อย่าให้ถึงกับหลบเลี่ยงไม่กล้าเจอ หรือเลื่อนนัด เพราะทำอย่างนี้แล้ว ทุกๆครั้ง แม้้เราจะเอาตัวรอดไปได้ episodes หนึ่งๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่า relationship มันจะผุกร่อนไปทุกครั้งที่เกิดแบบนี้ขึ้น
ไม่ทราบว่ายังอยู่ในประเด็นที่ถามหรือเปล่า จบดีกว่า