บ้านเดิมผมมีห้องสมุดหนึ่งห้องต่างหากของคุณพ่อ

ผนังทุกด้านเป็นชั้นหนังสือจากพื้นจรดเพดาน ตั้งแต่เด็กก็เริ่มจากนิยายพื้นบ้านต่างๆ สังข์ทอง โสนน้อยเรือนงาม ปลาบู่ทอง ฯลฯ สมัยก่อนชั้นประถมต้องเรียนวรรณคดีด้วย เกือบทุกเรื่องที่เรียน ที่บ้านก็จะมีฉบับเต็ม (ส่วนใหญ่ใน รร.จะคัดย่อมา) อย่างรามเกียรตินี่ชอบมาก ผมอ่านจบทั้งเรื่องทั้งแบบร้อยกรองต้นฉบับ และฉบับผสมร้อยแก้ว ตอนงาน รร.จะชอบออกไปเล่าเรื่องเต็มให้ class ฟัง (ออกนอกหน้าแต่เด็ก) แต่ที่ทำให้ติดจริงๆก็คือหนังสือกำลังภายในจีน ซึ่งพ่อจะไปซื้อมาจากวังบูรพา สมัยนั้นจะออกเป็นเล่มเล็กๆบางๆ ทุกวันอังคาร ทีละสองสามเรื่อง ต้องไปทุกอาทิตย์เพราะไม่งั้นจะทุรนทุราย อยากทราบตอนต่อไป ตอนนั้นก็เริ่มฝึกอ่านหลายๆเรื่องพร้่อมๆกัน ต้องจำพล็อต จำตัวละครแต่ละเรื่องไม่ให้่ปนกัน เรียงกันอ่าน พ่อก่อน แล้วพี่ชาย แล้วก็ผม นอกจากกำลังภายใน ก็มีเรื่องซ้องกั๋ง เปาบุ้นจิ้น ซูสีไทเฮา ฯลฯ พงศาวดารอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย

วันดีคืนดี พ่อก็จะบอกแม่ว่า "เดี๋ยวจะจัดห้องสมุด" นัยว่าล้น และเริ่มกองพะเนินเทินทึก ลูกๆก็จะรู้กัน เพราะไม่เคยจัดเสร็จ เนื่องจากตอนจัดนี่แหละ หนังสือเล่มที่อยากอ่านมานานแต่หาไม่เจอ จะเจอตอนนี้ แล้วคนจัดก็จะหยุดจัด แต่นั่งอ่านแทน เป็นยังงี้ทุกที ตอนเช้า (ส่วนใหญ่จะวันหยุด) เริ่มโครงการจัดหนังสือ ตอนเย็นแม่มาดู จะเจอพ่อ ลูก ยึดมุมต่างๆของห้องนอนเอกเขนกอ่านเล่มนู้น เล่มนี้ ที่กองรอบข้าง หนังสือจะเละกว่าเดิม เพราะจะถูกรื้อลงมา (อย่างเป็นระบบ) เอามากองอ่าน (อย่างไม่เป็นระบบ) พอแม่มาเรียกกินข้าว ทุกคนก็เดินสำนึกผิดไป และปล่อยให้แม่จัดห้องที่เหลือให้เข้ารูปที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ สมาชิกหนอน ก็เอาหนังสือมาอ่านต่อที่โต๊ะกินข้าว (จนบัดนี้ ผมก็ยังติดอ่านหนังสือที่โต๊ะกินข้าว และไม่สามารถจะทำใจดุลูกไม่ให้อ่านที่โต๊ะได้)

สรุปก็คือ ถ้าจะจัดหนังสือ ให้คนไม่อ่านจัด จะ work สุด !!!

ps: เรื่องทิ้งหนังสือไม่เคยอยู่ในความคิดเลย คงมีการท้ิงเกิดขึ้นบ้าง (มีคนช่วยแอบท้ิงให้) แต่อย่าให้รู้ เพราะจะไปขอรื้อดูว่าท้ิงอะไรบ้าง แล้วจะ rescue กลับมาประมาณ 80%!!!