กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)ครับ

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา รวมทั้งการมองปรากฏการณ์ต่างๆจากจุดยืนร่วมกับผู้อื่น ในกรณีอย่างที่พระคุณเจ้ากล่าวถึงนี้ อาจจะพิจารณาได้สัก ๒-๓ เรื่องครับ

  • คงไม่นับว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ครับ แต่จัดว่าเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของปัจเจกครับ ความที่เป็นขั้นผลลัพธ์นั้น ก็หมายความว่า กว่าจะเกิดขึ้นได้ ก็ต้องการกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม ดังนั้น เมื่อมองอย่างนี้ก่อนแล้ว จึงจะเริ่มเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการเรียนรู้ ครับ
  • การที่ปัจเจกรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ใส่ใจคนรอบข้าง รวมทั้งมองโลกรอบข้างด้วยสายตาหรือแว่นตาของคนที่เราเกี่ยวข้องดูบ้าง ซึ่งในทางการวิจัยก็มีศัพท์เรียกแนวคิดอย่างนี้เหมือนกันครับว่า การสร้างมุมมองและจุดยืนร่วมกับผู้ที่เราไปศึกษาเรียนรู้จากเขา
  • กระบวนการเรียนรู้ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ดังกล่าว ก็มีหลายแนวครับ เช่น บางคนก็เชื่อว่าต้องใช้กระบวนการพัฒนาจิตใจ เรียนรู้และกล่อมเกลาด้วยกิจกรรมทางศาสนธรรม บางคนก็เชื่อว่าต้องเข้าไปอยู่ร่วมกับความเป็นจริงของผู้อื่น บางคนก็เชื่อว่าต้องส่งเสริมบทบาทของสื่อ บทบาทครอบครัว การให้เลี้ยงสัตว์เพื่อจะได้มีพื้นฐานจิตใจที่รู้จักอ่อนโยนและเอื้ออาทรผู้อื่น เหล่านี้เป็นต้น
  • การจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงมโนทัศน์ อาจช่วยพัฒนาความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้บ้างในระดับความตระหนักและรับรู้เท่านั้นครับ 
  • ทว่า ความรู้สึกใส่ใจผู้อื่น และมีจุดยืนร่วมกับผู้อื่นนั้น เป็นกิจกรรมที่ต้องสะท้อนออกมาจากพื้นฐานจิตใจ ซึ่งองค์ประกอบด้านนี้ของปัจเจกและชุมชนนั้น นักการศึกษาและนักพัฒนาชุมชนจะเชื่อกันว่า ต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ที่ต้องใช้มิติจิตใจและความเป็นสุนทรียภาพของมนุษย์ให้เข้ามามีบทบาทให้มากที่สุด เช่น การเรียนรู้จากการปฏิบัติด้วยตนเอง การเรียนรู้เป็นกลุ่ม การเรียนรู้ทางสังคมเพื่อให้ความเป็นจริงของสังคมกล่อมเกลาจิตใจ การพัฒนาจิตใจให้ละเอียดอ่อนโดยวิธีการทางศิลปะ ศาสนา เหล่านี้เป็นต้นครับ
  • สื่อการบรรยายชุดนี้ ผมเพิ่งเตรียมและนำไปบรรยายให้แก่นักศึกษาปริญญาโท ของมหาวิทยาลัยศิลปากรมาครับ ปีที่แล้ว หัวข้อนี้ผมไปบรรยายให้กลุ่มที่เรียนปริญญาเอกและได้คุยกันไปถึงประเด็นการวิจัยทั้งในปัจจุบนและอนาคต แต่ปีนี้ได้ลดลงมาคุยให้ออกไปในเรื่องให้แนวคิด ทฤษฎี และตัวอย่างวิธีการลองทำกิจกรรมดู เพราะเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาโท
  • แต่พอไปบรรยายแล้ว ก็กลายเป็นว่า นักศึกษากลุ่มนี้กลับมีพลังวิชาการและกระตือรือล้นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาก และการอภิปรายกับนักศึกษา ก็เห็นว่ามีหลายอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยเฉพาะคนทำงานแนวชุมชน และนักพัฒนาสาขาต่างๆที่เน้นการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม การเรียนรู้เป็นกลุ่มก้อน และการเรียนรู้ที่นำไปสู่การคิดและแก้ปัญหาด้วยการจัดการอย่างมีส่วนร่วมของกลุ่มคนต่างๆ ก็เลยนำมาเผยแพร่ไว้ให้แก่ผู้สนใจทั่วไปด้วยครับ