ความรู้สึกกับเหตุผลไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันเสมอไป และมีบ่อยครั้งที่เราสามารถทำอะไรๆทั้งสมเหตุสมผลและด้วยความรักไปด้วยก็ได้

อย่าง NG-tube นี่ก็เช่นเดียวกัน บางทีเมื่อถึงจุดหนึ่ง เราอาจจะมอง NG-tube เป็นสิ่งที่เหมือนกับหรือเทียบเท่า "อาหาร" แต่นั่นก็เป็น fault logic ผนวกกับการรับรู้ เพราะถ้าเราเคยถูก "ใส่" NG-tube เราก็จะทราบว่า ท่อนี้อาจจะไม่ใช่ตัวแทนการแสดงออกซึ่งความรักอย่างเต็มที่นัก แต่ต้องแลกมาด้วยความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ (ของผู้ถูกใส่) ไม่น้อย ดังนั้น เราจะยินยอมใส่ช่วงสั้นๆ เพื่อหวังว่าคนไข้จะฟื้นและไม่ต้องใสในภายหลัง

แต่กรณีแบบนี้อาจจะไม่ใช่แบบนั้น รึเปล่า?

ถ้าถาม option ใน long-run เท่าที่เทคโนโลยีจะเอื้อ ก็อาจจะเป็น PEG ซึ่งก็อีกเช่นกัน ในด้าน "ความรู้สึก" PEG สำหรับบางคนก็จะดู aggressive การรับรู้เรื่องนี้อธิบายยาก และเปรียบเทียบกันยาก ข้อดีข้อเสียระหว่างการมีสายคาจมูกลงไปในคอ กับมีสายจากกระเพาะออกตรงทางหน้าท้อง มันมีทั้ง image และ feeling ที่ไม่มีใครจะเดาได้ หรือสรุปได้แน่ชัดว่าอย่างไรจึงจะเรียก acceptable

สรุุปแล้ว เราไม่ต้องพยายามอธิบาย หรือเกลี้ยกล่อมครับ เรา "ให้ข้อมูล" ที่ดีที่สุด ชัดเจน ให้เข้าใจและเห็นภาพพจน์ สุดท้ายคนไข้ก็จะบางบอกเราเองว่าสมดุลของสมองท้ังสองซีกออกมาคืออะไร และเรายอมรับและ settle กันว่าทุกคนหวังในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้ทั้งนั้น ไม่ใช่สำหรับตัวเราเอง

ปัญหาต่อไปก็คือ ถ้าคนไข้สรุปออกมาแล้ว คนอื่นๆรู้สึกรับไม่ได้ หรือว่ายังดีไม่พอ ตรงนี้อาจจะต้องมาใคร่ครวญว่าเป็นเพราะอะไร เป็นปัญหาของใครกันแน่

อย่าลืมว่า บางที "ความสุข" อาจจะไม่ได้อยู่ที่เรื่อง NG tube หรือ PEG เลยก็มี แต่อยู่ที่ "คนไข้ยังสามารถเลือกวิถีชีิวิตของตนเองได้" ซึ่งมนุษย์ทุกคนปราถนาที่จะมี sense of agency อยู่ (หรือไม่?)

ขอ comment ปัญหาเดียวครับ เพราะยาวแล้ว