การเรียนด้วยใจที่ใคร่ครวญนั้น เป็นอย่างไร และทำไปทำไม?

การเรียนรู้แต่เพียง ผิวเผิน ที่เรายังไม่เกิดอารมณ์ร่วม ยังไม่เห็นคุณค่านั้น ความรู้ยังเกาะอยู่แค่เปลือกของการเรียนรู้เท่านั้น หลักการของจิตตปัญญาศึกษานั้น สิ่งที่เราเรียน เราเรียนเพราะเป็นสิ่งที่มี ความหมาย มีความหมายต่อตัวเรา ครอบครัว และสังคมที่เราอยู่ สิ่งที่เราเรียนจึงจะถูกจัดแจงโดยสมองให้ พร้อมที่จะนำมาใช้ พร้อมที่จะนำมาบูรณาการ กับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในภายหลัง

สิ่งจำเป้นที่จะนำมาใคร่ครวญประกอบก็คือ ประสบการณ์เก่า ของเราในเรื่องนั้นๆครับ ถ้าเราเรียนเรื่อง myocardial infarction (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) เฉยๆ ตอนแรกยังไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเราเอา บริบท ใส่เข้าไป เช่น คุณพ่อเคยบ่นๆเจ็บหน้าอก คุณแม่เคยบ่นๆเหนื่อยเวลาทำงาน องค์ความรู้เบื้องหน้าพอใส่บริบท ใส่ ความหมาย จากที่เป็นแค่ "บทเรียนบทหนึ่ง" กลายเป็นเรื่องราวที่ meaningful และทำให้น่าสนใจ เป็นเพราะสมองเปิดส่วน alpha และล้วงไปถึง theta เอาความสัมพันธ์ ความผูกพันของตนเอง ของครอบครัว และของสังคม เข้ามาเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่เรียนนั้นเอง

ที่เคยเล่าให้หลายๆคนฟัง ครั้งหนึ่งพา extern ไปราวน์ข้างเตียงคนไข้ ถามไปถามมา ตอนนหนึ่งเราก็ถามคนไข้ว่าจำหมอคนนี้ได้ไหม (ปกติ อาจารย์จะเรียนนักเรียนแพทย์ว่าหมอครับ) ชี้ไปที่ extern คนไข้ก็ยิ้มบอกจำได้ค่ะ เราสังเกตเห็น mood คนไข้ ก็เลยถามต่อ เป็นยังไงบ้างครับ คุณหมอเขามาทำอะไรให้บ้าง คนไข้ก้บอกเลยว่า สองอาทิตย์นี้ คุณหมอหนุ่มนี่แหละมาทำแผลแต่เช้าทุกวัน มือนุ้มนุ่ม พอป้าสะดุ้งเพราะเจ็บ คุณหมอก็จะหยุดถามว่าเจ็บเหรอ เดี๋ยวจะทำค่อยๆนะจ๊ะป้า แป๊บเดียว ไม่เคยเจอหมอคนไหนเมตตากรุณาขนาดนี้เลย ถ้ามีลูกสาวจะยกให้แล้ว น้อง extern เจอเข้าไปหลายดอกเต็มๆ ก็น่าแดง ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ น่าเสียดายที่จะลงกองซะแล้ว ทำแผลมาตั้งสองอาทิตย์ พึ่งรู้ว่าคนไข้ชื่นชมตนเองขนาดไหน

ก็เป็นที่น่าสนใจว่า เอ... นักเรียนเราเรียนหมอไปทุกวันๆนี่ เขารู้สึกว่า ได้อะไรตอนไหนกันหนอ เขาเคยรู้สึกว่าได้ตอนที่คนไข้ได้หรือไม่? รู้ไหมว่างานที่บ่นๆกันว่าหนัก ทุกครั้งที่หมอมาทำหัตถการที่ routineๆ นั้น คนไข้เขารู้สึกซาบซึ้งผูกพันกับงาน routine ของเราขนาดไหน

การเรียนด้วยใจที่ใคร่ครวญ จะทำให้จิตเราเปิด จิตเรารับรู้ และเชื่อมโยง เมื่อคุณค่าของจิตวิญญาณแห่งวิชาชีพ สามารถจะรับรู้ได้ทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น บางทีเราอาจจะไม่ต้องสอนจริยศาสตร์กันเลยก้ได้ เพราะมี class ที่เป็น reality-based (ดีกว่า context-based อีกขั้นนึง) อยู่เต็มไปหมดแล้ว