สวัสดีครับ คุณ K-Jira
เรื่องนี้มองได้หลากหลายดีครับ
ด้านหนึ่ง ในทุกๆสังคมก็มี etiquette ในการสังสรรค์เสวนา เริ่มต้นด้วยความสุภาพ ก่อนจะไปเป็นกันเอง แล้วก็สนิทชิดเชื้อ และในแต่ละระดับสำหรับแต่ละคน ก็ยังมีศัพท์ที่จะใช้แตกต่างกันด้วย ซึ่งเราต่่างก็ไม่ทราบหรอกนะครับว่า อีกฝ่ายได้ promote หรือ demote เราไปด้วยศัพท์นี้แล้ว อาทิ บางท่านเปลี่ยนจาก "คุณ" เป็น "เธอ" อาจจะเป็นเปลี่ยนระดับครั้งใหญ่ แต่เราเฉยๆ เพราะของเราต้องเปลี่ยนจาก "คุณ" เป็น "เอ็ง" ถึงจะเรียกว่าซี้กัน
เนื่องจากในทางปฏิบัติ เราไม่มีทาง clear หรือ เกิดความเข้าใจร่วมได้ 100% จากวิธีการสื่อสารที่เราใช้อยู่นี้ สังคม blogging จึงเกิดทักษะใหม่ขึ้น (ผมคิดขึ้นเอง) คือ "การฟัง (อ่าน) อย่างสุนทรีย์และครุ่นคิดใคร่ครวญ"
เป็นการอ่านแบบ positivism คือ อ่านอย่างมิตร อ่านอย่างสร้างสรรค์ อ่านอย่างเมตตา อ่านอย่างนอบน้อม ทั้งหมดนี้เพื่อให้ energy ของเรา (แน่นอน จะเป็นของใครไปได้ ก็คนอ่านคือเรานี่นา) เป็นบวก ทั้งหมด totally เป็นเราควบคุมดูแล 100% ใครจะแก้ไขไม่ได้
ถ้าเป็นเช่นนี้แล้ว และทำกันทุกคน ความหวาดระแวงว่าที่ฉันพูดไป คนจะเข้าใจ (ผิด) ว่าฉัน... อย่างนั้น ฉัน... อย่างนี้ จะลดลง ยกเว้นจงใจจะแกล้งมันจริงๆ ก็ต้องเขียนให้โจ๋งครึ่มไปเลยว่าฉันกำลังอยากรบกับแก (เอ็ง) อยู่
ทักษะการอ่านอย่างสุนทรีย์และครุ่นคิดใคร่ครวญ (ยาวจัง) ค่อยๆเกิดขึ้นตอนผมเขียนในสังคม web-board ซึ่ง wild กว่าสังคม blog เยอะ จิตตกวันละหลายๆครั้ง แต่ก็มันดี ตอนหลังได้เห็นความสำคัญของการดูแลจิตตนเองมากขึ้น เห็นความสำคัญของการอัด ต้อนคนเอามันน้อยลง ก็พบว่าอาศัยทักษะ อสคค. ของผมค่อยๆก้าวหน้าพัฒนาขึ้น
ผลก็คือ เราก็เขียนไปจากตัวตน ความรู้สึกของเราที่มีต่อเขาอย่างสบายใจมากขึ้น ตรงกับที่ Gandhi ว่าไว้คือ "Happiness is when what you think, what you say, and what you do are in harmony." ความสุขที่แท้เกิดขึ้นเมื่อสิ่งที่เราคิด (รู้สึก) พูด และกระทำสอดคล้องตรงกันเป็นหนึ่งเดียว
ไม่ใช่ผมรังเกียจรังงอนความสุภาพ อ่อนโยน แต่ด้านมืดของเรื่องนี้คือเมื่อไรที่มันกลายเป็น barrier ของการ upgrade relationship เมื่อนั้น มันก็อยู่ไม่ถูกที่
และจริงๆ ไอ้การคิดอกุศล (โดยไม่ได้รู้ว่าคนอื่นเขาคิดยังงั้นจริงรึเปล่า) มันเป็นเรีื่องของใคร? เรื่องของคนอ่าน หรือเรื่องของคนเขียน ผมว่ามันเป็นความรับผิดชอบการดูแลจิตของคนอ่านเองมากกว่าไหม?
และการ over-polite ใช่ว่าจะ safe เสมอไป นอกจากทำมากๆจะกลายเป็นคนชาเย็น (ไม่ใส่มะนาว) ยังอาจจะเป็นคนเก็บกดไปได้ง่่ายๆ อันนี้โยนหินถามทาง ใครกระโดดเอาหน้ามารับก็ตามใจ อิ อิ อิ