ครับ เวลาผมอยู่กับบ้านได้อย่างสงบ ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นผู้คนเคลื่อนไหวไปมา รักสามัคคีกันบ้าง โกรธเกลียดขัดแย้งกันบ้าง ได้ความรู้สึกเหมือนดูละคร หรือจะว่าไป กรอบหน้าต่างสี่เหลี่ยมนั้นเปรียบเหมือนจอทีวีก็ได้

ในกรอบหน้าต่างบานนั้น ทุกแอ็คผ่านมาและก็ผ่านไป บางคนไม่เห็นหน้า(รูป - กาย)เขานาน ผ่านมาอีกทีดูแก่ลงไปอีกโขเลย มีคู่หนึ่งเมื่อวานนี้โกรธทะเลาะกันเสียงดัง (อารมณ์ - ใจ) วันนี้เห็นคุยกันหนุงหนิง อีกคนเดินผ่านบอกว่าจะไปพักผ่อนชายทะเล ขากลับผ่านมาอีกทีบอกใหม่ว่าไปภูเขาดีกว่า (ความคิด - หัว)

ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นชัดว่าไม่มีกาย ใจ(อารมณ์-ความรู้สึก) และหัว(ความคิด) ของใครเลยที่ไม่เปลี่ยนแปลง (อนิจจัง)

กายเราวันนี้ก็คนละกายกับเมื่อวาน นี่ยังไม่นับเมื่อเดือนที่แล้ว ปีที่แล้ว หรือเมื่อเรายังเด็ก เราก็ไม่ได้อยู่ในกายนี้

อารมณ์ยิ่งเปลี่ยนเร็วใหญ่ วันหนึ่งยังเปลี่ยนไปได้ตั้งหลายอารมณ์ มาแล้วไปจริงๆ เพียงแต่ขณะมันกำลังเกิด เราไม่ไหวทันว่าเดี๋ยวมันก็ไป หรือพรุ่งนี้ก็ไป ถ้าใครจมอยู่กับอารมณ์บางอย่างนานเกินไป ร่างกายก็รับไม่ได้ ต้องป่วยหรือมีอันเป็นไปบางอย่าง

ความคิดก็เปลี่ยน หัวเรานี่ร้ายสุด อย่าว่าแต่วันเดียวเลย แค่นาทีเดียวยังเปลี่ยนไปได้ตั้งหลายเรื่อง

เมื่อเป็นดังนี้ เหตุใดเราจึงไม่ปล่อยวาง...

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๙ พ.ย.๕๒