คุณหมอ kmsabai ครับ
ผมก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นนักตรรกทีดีมากเลยครับ ตอนหลังอ่านเจองานวิจัย ปรากฏว่าสิ่งที่เราทำ (พฤติกรรม) นั้น ระหว่าง emotional versus logical เป็นสัดส่วนประมาณ...
แต่น แตน แต๊น
24:1 หรือ 96% เป็น emotional driven behavior ครับ!!
เพียงแต่เรานึกย้อนหลังว่าเราทำยังงั้นๆเพราะเหตุผลยั้งงี้ๆ เป็น retrospective rationale เท่านั้นเอง ตั้งแต่ตื่นนอน ลุก แปรงฟัน อาบน้ำ หยิบสบู่ ร้องเพลง เช็ดตัว กิจกรรมเกือบทั้งหมดเป็น emotionalbased ทั้งสิ้น น้อยมากที่เรากำลัง "คิด" ว่าเดี๋ยวจะแปรงฟันสัก 1 นาที แล้วค่อยบ้วนปาก ที่แปรงฟันก็เพื่อให้ปากสะอาด อย่าลืมแปรงซอกฟัน ฯลฯ เป็นเกียร์ออโต และผลักโดยอารมณ์เป็นหลักครับ
โฆษณาขายสินค้าแทบจะไม่เคยแตะส่วนตรรกะของลูกค้าเลยถ้าจะสังเกตดู เน้นอารมณ์กันเนื้อๆครับ ไม่ว่าโฆษณา "พ่อรักลูก" ของไทยประกันชีวิต โฆษณา จน เครียด กินเหล้า จะเห็นว่าสื่อต่างๆเน้นอารมณ์เป็นหลักครับ ใช้แล้วสวย กินแล้วเท่ห์ ดื่มแล้วหล่อ อะไรทำนองนี้ รายการโทรทัศน์ยอดฮิตอย่าง AF ก็หาสาระอะไรไม่ได้เลย เป็น glorify easy hit และ quick money เท่านั้น
คุณหมอลอง explore ด้านอารมณ์มากขึ้น นำมาประกอบกับความรู้สึกในด้านต่างๆ จะมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะเลยครับ