สว้สดีค่ะ คุณสุวรรณา

ขอบคูณมากนะคะ ที่รวมบันทึก ของกานดาด้วย ดอกแค นั้น ของโปรด ค่ะ ตอนเด็กๆก็จะช่วย ดึงหรือใช้มีดผ่าตรงขั้วเพื่อเอาที่ขมๆ ออก จนโตก็ยังทำ เวลาจะกินดอกแค จนมาอยู่เชียงใหม่ ที่เชียงใหม่จะลวกทำเป็นมัด ก็สังเกตว่าเขาไม่ได้เอาที่ขมออก แต่กินแล้วทำไมไม่ ขม ตั้งแต่นั้นมาเวลา แกงส้มหรือ ลวกจิ้มน้ำพริก ก็ไม่เอาออกเลยค่ะ ลองดูนะคะ ที่เชียงใหม่มีดอกแคแดงด้วย ทราบใช่ไหมค่ะ ว่า แค ที่มีประโยชน์มากๆ อยู่ที่ยอด ถ้าใครท้อง ให้กินบ่อยๆนะคะ ส่วนเราปกติถ้าไม่ปลูกเองก็จะหากินยากสำหรับยอดแค แล้วเวลาปลูก เจ้าเพลี้ยแป้งชอบเหลือเกิน ยอดแคมีแคลเซียมมาก วิตามินมาก ฯ เกาหลีเหนือ นำต้นแคปลูกเพื่อนำยอด รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เป็น 1 ใน 15 ขุนพลของเขาที่ไม่มีอะไรแทนเหมือนผักบ้างอย่างที่หาแทนได้ ไทยเราโชคดี มีให้กินตลอด แต่ส่วนใหย่เก็บดอกกิน ยอดไม่ค่อยกินกัน เหมือนมะรุม กินแต่ฝัก ทั้งๆที่ประโยชน์มากๆ อยู่ที่ใบ นี่ล่ะประเทศเราของดีๆทราบที่หลังทุกที ฟักข้าวก็เช่นกัน ของดีมากอยู่ที่เมล็ดแก่ และเยื้อหุ้มเมล็ดสีแดงส้มลูกแก่ ก็ไม่เห็นมีฝ่ายไหนเผยแพร่ให้ประชาชน ทราบ ปล่อยหล่นทิ้งกันหมด กินแต่ลูกอ่อนและยอด จีน ญี่ปุ่น เวียตนาม เขาทราบกันดี เช่น ข้าวที่หุงด้วยเยื้อหุ้มเมล็ดสีแดงเป็นข้าวมงคลของเวียตนาม ประเทศเราจดสิทธิบัตรแล้วโดยม.มหิดล คือ สารในเมล็ดฟักข้าวแก่ มีฤทธิ์ ฆ่าเชื้อ มะเร็งและเอดส์ ส่วนเยื้อหุ้มสีแดงสัมสกัดเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางลดรอยเหี่ยว ลึก ของผิวหน้าเป็นต้น ก้ไม่บอกประชาชนเลย คนไทยน้อยคนที่จะทราบ เอา.....คุยไปคุยมา เลยเรื่องดอกแค ได้ลงภาพกล้วยไม้ฝีมือคนไทยเลี้ยงให้ชมนะคะ