พูดถึงเรื่องฟุตบอลแล้ว ผมว่าผู้จัดการทีม หรือโค้ชก็มีส่วนสำคัญนะครับ การเล่นแบบทุกคนแทนกันได้หมดนั้นทำได้ยากมากครับ ต้องการทั้งคุณภาพผู้เล่น ความสามัคคี และระบบที่ดีครับ ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ดี ก็หมดท่าล่ะครับ
ถ้าจะเปรียบเทียบกับที่อาจารย์ ดร.แสวงกล่าวไว้ข้างต้นนั้น ผมขอมองว่าผู้จัดการทีมคือผู้กำหนดนโยบาย ไม่รู้จะสูงไปหรือไม่นะครับ ผมเชื่อว่าอย่างไรแล้วก็ต้องมีคนที่คอยดูภาพรวมของระบบครับ อันนี้พูดกว้างๆ เลยนะครับ ไม่ได้เน้นว่าระบบอะไร
ผมก็เห็นด้วยกับคุณพรหมลิขิตครับ ว่า ประสบการณ์ นั้นสำคัญมาก ผู้เล่นแต่ละคนก็ประสบการณ์ต่างกัน คนที่มีประสบการณ์มากกว่าก็ต้องคอยประคองเกมไปให้รุ่นน้อง
ผมใจร้อนรออาจารย์ ดร.แสวงมาตอบไม่ไหว ขอตอบก่อนเลยนะครับ ที่คุณศิริลัคนา ถามไว้ว่า
- เรื่องการศึกษาในระบบนั้น ส่วนใหญ่แล้วตัวผู้สอนมีส่วนในการช่วยให้เราสามารถเข้าใจประสบการณ์และเนื้อหาการเรียนได้ จากนั้นถึงมีการแจกแจงครับ ถ้าผู้สอนดี ช่วยชี้แนะก็จะทำได้ง่าย มาคิดแจกแจงเอง ทำได้ แต่ใช้เวลาครับ
- สิ่งที่เราแจกแจง (ผมเข้าใจว่าหมายถึงการสังเคราะห์ ใช่ไหมครับ) ก็สามารถนำกลับมาใช้ได้ นำมาบอกต่อได้
- ผมเชื่อว่าคนเราเรียนนอกห้อง หรือในห้องได้เหมือนกันครับ ผลการเรียนก็แตกต่างกันไป ก็อยู่ที่จริตของแต่ละคน
- เห็นด้วยหรือไม่ คิดว่าใช่หรือไม่อันนี้ต้องแล้วแต่พื้นฐาน และประสบการณ์ครับ
- ผมว่าความจริงของสังคม เปลี่ยนไปตามคนในสังคม และสังคมก็เปลี่ยนไปตามคนครับ มันหมุนวนกันไปอย่างที่คุณศิริลัคนาว่าไว้เลย
- ตามที่ผมเข้าใจความหมายของ อาจารย์ ดร.แสวง นั้น ท่านหมายถึงการที่เราแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง ไม่ได้เขียนตามหนังสือ หรือเขียนแบบไม่มีการนำข้อมูลที่ปฏิบัติจริงมาแลกเปลี่ยน ถ้าเอาข้อมูลที่ทำจริง เห็นผลจริง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ก็จะได้มาคุย แลกเปลี่ยนกันได้ครับ
แต่ละพื้นที่ ก็มีความต่างของคน วัฒนธรรม และความเชื่อ ทั้งในระดับองค์กร และชุมชนครับ ถ้าเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์ดร.แสวงหวังไว้ในระดับที่สี่ ก็คือสามารถนำความรู้มาปรับใช้ได้กับสถานการณ์ต่างๆ ด้วยประสบการณ์ที่รวมกัน และไหลเวียนกันอยู่ในชุมชนนี้
โปรดรอท่านอาจารย์ดร.แสวงมาชี้แจงอย่างกระจ่างอีกครั้งแล้วกันนะครับ ผมขอเสนอความเห็นไว้เท่านี้