เห็นด้วยกับ พี่เม่ย ครับ

แต่ทว่าจะ work ถ้าหมอกำลัง aware ถึงเรื่อง two-way communication อยู่ทุกขณะจิต นั่นคือมี สติ นั่นเอง

บางทีหมอเพลินไป ยิ่งถ้ากำลังคิดว่าตนเองกำลังจะได้รักษาคนไข้หายอีกราย รู้สึก self บวมพอง อิ่มเอิบยินดี พอโดนปฏิเสธบางทีมันเหมือนลูกโป่งถูกเข็มจิ้มน่ะครับ คือ self มันแตกป้ง ก็เลยไม่พอใจ ก็เลยโกรธ ยิ่งจินตนาการต่อว่า "นี่ เดี๋ยวก็จะกลับมาหาเราตอนเป็นเยอะๆ โอกาสรักษาหายก็ลดลง เสียชื่อเราหมด" ยิ่งไม่พอใจ เพราะเรา set failure definition ไว้อย่างนั้นแต่แรกโดยไม่รู้ตัว

กับดักนี้เป็นเรื่อง vanity หรือ self importance เป็นกิเลสขั้นสูงครับ กิเลสขั้นต่ำคืออยากต่ำๆ เช่น sex, food แต่กิเลสขั้นสูงได้แก่ การ "ติด" ทำความดี คือติดที่ผลแห่งการทำความดี มีความผูกพันกับ "ผล" มากกว่าที่ "การกระทำความดี"

ซึ่งหลบยากขึ้นครับ เพราะดูเผินๆ ก็ดีแล้วนี่หว่า ครูสอนเด็กก็อยากเห็นเด็กเรียนดี หมอรักษาคนไข้ก็อยากเห็นคนไข้หาย ไม่เห็นผิดตรงไหน ผิดตรงที่เราไม่ยอมรับว่าเด็กมันอาจจะไม่ดีก็ได้ คนไข้อาจจะตายก็ได้ หรือที่ว่าดี ที่ว่าหายนั้น เป็นคนละนิยามกับของเราก็ได้