ขอบคุณทุกท่านเลยครับ ที่มาสนับสนุนแนวทางในการใช้ KM ธรรมชาติ เพื่อการเรียนแบบหลายวัตถุประสงค์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อ "สัมมาทิฐิ"
ผมคิดว่าถ้าเราหันมาใช้ KM ธรรมชาติ เราจะไม่มีวันทะเลาะกัน ไม่มีต่างมุมมอง
ผมเคยอ่านหนังสือท่านพุทธทาสตอนหนึ่งบอกว่า
ที่ยอดเขา ทุกคนจะมองเห็นวิวเดียวกัน
ที่แตกต่างกันก็เพราะขึ้นเขาคนละด้านเท่านั้นเอง
ดังนั้น หลักของ KM ธรรมชาติน่าจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ในทุกระดับ และใช้ได้กับทุกคน
แต่ทั้งๆที่มีข้อดีแบบยังหาข้อเสียไม่พบ ผมก็ยังไม่ทราบว่าทำไมเราไม่เน้นเรื่องนี้ในกระบวนการเรียนการสอนของเรา
ดังนั้น ผมกลับคิดเข้าข้างตัวเองอย่างสุดๆ ว่า
ยุทธศาสตร์ของมหาชีวาลัย ทั้งสามข้อ และครูทั้งสามแบบ ควรที่จะเป็นแนวนโยบายการศึกษาชาติด้วยซ้ำ
เสียดายจริงๆ
สงสัยจะต้องรอให้ "ผู้เชี่ยวชาญ(ในการทำลาย)การศึกษา" ของชาติ ที่กำลังชี้นำการศึกษาอย่างผิดทางตายและสูญพันธุ์ให้หมดก่อนละมัง
กับแค่พานักศึกษาออกฝีกงานแบบนี้ในครั้งนี้ ผมก็ยังต้องรอให้ "นัก(ต่อต้านการพัฒนา)การศึกษา" ในมหาวิทยาลัยเกษียณไปเสียก่อน
(เขาว่าถ้าไม่เรียนทฤษฎีให้จบก่อน "เด็ก" จะไม่มีวันเข้าใจหรือจำอะไรได้ ทำไปก็เสียเวลาเปล่าๆ)
อนาถใจจริงๆ กับแนวคิดนี้
ผมต้องรอมาตั้งนาน
แต่ถึงวันนี้ก็นับว่าคุ้มอยู่ครับ
เพียงแต่เสียดายโอกาสของนักศึกษาและของชาติเท่านั้นแหละครับ