ต้องมองเรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีการทำงานไปเลยครับ
ทุกเรื่องควรมีประเด็นสะกัดห้อยท้ายไว้ ก่อนจบ จะได้ชินกับการวิเคราะห์ สังเคราะห์ครับ
เพราะหลัก story telling นั้น ต้องมี personal reflection จึงจะสื่อถึง KM ในตัวผู้เล่า มิเช่นนั้นก็เป็นเพียง Information flow ธรรมดา
และคุณยังติดหนี้การสรุปประเด็น KM เทคนิคที่ไปฝึกที่ สคส มา จะได้รู้ว่ายังขาดอะไรอยู่หรือเปล่า
จะได้รีบเก็บตกเสียก่อน
เวลาเราทำภาคปฏิบัติแล้ว เวลาจะทุ่มไปทางทฤษฎีจะมีน้อยลง
ผมเตือนแล้วว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก" พอน้ำลงจะมานั่งบ่น ไม่มีใครเขาเห็นใจหรอกครับ
ในฐานะคุณนำร่องไป สคส จึงต้องเป็นพี่เลี้ยงให้คนอื่นๆ ในเรื่องนี้ ที่ผมยังมองไม่เห็นเลยครับ
หรือว่าจะเอาตัวรอดคนเดียว ไม่ยอมบอกใครนั้น ยอมรับไม่ได้ในหลักสูตรนี้
กรุณารีบหน่อยได้ไหมครับ เราไม่ได้มีเวลามากนัก
- หนทางยาวไกล
- ทีมงานมีน้อย และยังไม่เข้มแข็ง
- เวลาเหลือน้อย
- ต้องรีบเดิน
แต่ผมรู้สึกว่าคุณยังเป็ทองไม่รู้ร้อน กับขีดจำกัดต่างๆ ก็ยังนิ่งเฉยอยู่อีก หรือคุณติดโรคปลาทูแห้งหมื่นปีมาจริงๆ
ผมจะคอยตามดู แต่ผมและคนอื่นๆก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน
ผมใช้ไม้นวมมานานแล้วไม่ค่อยได้ผล อาจต้องเปลี่ยนกระมังครับ
เมื่อวันผมตัดสินใจแล้ว บอกไว้เลยว่า ไม่มีเทวดาองค์ไหนจะเปลี่ยนใจผมได้
ถ้าคุณยังทำแบบไม่สนใจคำแนะนำผม ผมก็ไม่รู้จะแนะนำไปทำไมเหมือนกัน
หรือคุณมีความเห็นที่พอจะรับฟังได้เป็นอย่างอื่น
ก็ว่ามา
เอาเป็นว่า ถ้าคุณไม่พยายามพัฒนาผมก็จะเลิก comment ดีไหม
เพราะคุณก็ไม่สนใจว่าผมจะพูดว่าอะไรอยู่แล้ว
หรือ ถ้าไม่เข้าใจว่าการเรียนในระดับต่างๆคืออย่างไร ให้ไปย้อนอ่านงานเขียนของผม ซึ่งส่วนใหญ่สะท้อนปัญหาของนักศึกษาของมหาชีวาลัย
จะอยู่หรือไปก็ขอให้ชัดแจ้ง ครับ