• เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานเกษียณอายุราชการของอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู ที่โรงเรียนเพาะช่างมาด้วยครับ อันที่จริงเป็นงานเกษียณของอาจารย์หลายท่าน แต่ผมเกรงว่าไปแล้วจะไม่เจอคนรู้จักเลยไปวันเสาร์ซึ่งพวกลูกศิษย์ช่วยกันจัดงานให้เฉพาะอาจารย์ปัญญา
  • แต่ก็กลับโชคดี ระหว่างเดินดูงานที่ก็จัดแสดงสำหรับศาสตราจารย์เฉลิม นาคีรักษ์ในหอศิลป์เพาะช่างในห้วงเวลานี้ด้วย ก็กลับได้เจออาจารย์มงคล ไชยวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดี ของ มทร.รัตนโกสินทร์ 
  • ผมกับเพื่อนๆเคยไปเพ้นท์ผ้ากับอาจารย์ที่ประตูน้ำเมื่อตอนเรียนเพาะช่าง อาจารย์ไม่เปลี่ยนเลย ไม่เจอกันตั้งเกือบ ๓๐ ปี ผมเลยพอจำได้ พอเท้าความนิดหน่อยอาจารย์ก็จำผมได้  อาจารย์ก็เกษียณปีนี้เช่นกัน ต้องถือว่าโชคดีเพราะถือว่าอาจารย์เป็นครูที่พาเรียนรู้ชีวิตจากการทำงานและเป็นผู้มีพระคุณที่ไม่ได้เจอกันเลย
  • ไปตอนแรกก็ไม่เจอคนรู้จักเลย แต่ก็ไม่รู้สึกแปลกหน้า เลยนั่งกินก๊วยเตี๋ยวอยู่ที่ใต้ร่มต้นลั่นทมข้างบ่อเต่าหน้าตึกอำนวยการเพาะช่างไปเสีย ๒ ชาม ทั้งอร่อยและได้อยู่กับบรรยากาศแบบเพาะช่าง-เพาะช่าง
  • ได้ไปขอกินไอติมด้วยสิครูอ้อยเล็ก ดูนักศึกษา ๒ คนชายหญิงเขายืนตักบริการผู้คนแล้วเลยอยากเดินเร่ไปขอกินถ้วยหนึ่ง เห็นเสื้อแล้วคงจะเป็นเด็กจิตรกรรม เพราะหน้าอกเสื้อยืดสกรีนว่า 'จิตรกรรมรักกัน' ว่างั้น
  • ตักๆไปคงจะเมื่อยมือและเกรงใจที่คนมายืนรอก็ออกปากกับเพื่อนว่า อย่างงี้ต้องให้เด็กปั้นมาตัก ว่าแล้วก็หันตะโกนไปยังกลุ่มเพื่อนว่า เฮ้ยๆ ไอ้...(คงจะเป็นเพื่อนเรียนประติมากรรมอย่างที่เขาต้องการ) มึงมาตักดีกว่า มึงโกยดินเก่งกว่ากู
  • ผมได้ยินแล้วก็ขำแล้วก็นึกเอ็นดูกับมุขที่เขาเอามาเล่นกัน ทีแรกก็งงว่ามันจะเกี่ยวกันได้ยังไง เขาเปรียบไอติมเป็นดินเหนียวสำหรับทำงานปั้นนั่นเอง
  • เห็นรูปเพาะช่างแล้วเลยชวนไปสู่บรรยากาศของเพาะช่างน่ะครับ