ขอหนุนให้ไปทำและเรียนรู้อย่างสูงสุดครับ

  • เคยได้ยินพระพูดเป็นภาษิตอย่างนี้นะครับว่า  "...หากเจอคนแปลกหน้า แต่เดินร่วมทางไปด้วยกัน ๗ ก้าว แม้นไม่เคยรู้จัก แต่ต้องนับได้ว่าเป็นเพื่อน กินข้าวด้วยกันหนึ่งมื้อ แม้นเป็นคนอื่น ก็ต้องนับว่าให้ความคุ้นเคยกันดังญาติพี่น้อง นอนแรมทางด้วยกัน ๑ ราตรี แม้นเป็นคนอื่น ก็นับว่าเสมอเป็นตนเองเลยทีเดียว..."
  • ผมกับหนานเกียรติทั้งคุยกันมาหลายครั้ง อีกทั้งความคิดและการแลกเปลี่ยนทรรศนะต่างๆกันมากมาย ก็ยังคงอยู่ทุกแห่งที่ได้คุยกัน ยิ่งกว่านอนแรมทางด้วยกัน ๑ ราตรีเสียอีก ดังนั้น จึงขอถือคติว่าขอมีส่วนแนะนำอย่างไม่ใช่คนอื่นไกลก็แล้วกันนะครับ
  • อาจารย์สุกรีนั้น ท่านไม่คุ้นเคยผมหรอกแต่ผมคุ้นเคยท่าน ในมุมมองผมนั้น คนทำงานในวิถีศิลปิน(อย่าง ดร.สุกรี และไม่ว่าจะแขนงไหน) ผมว่าหนานเกียรติจะเข้าใจ คนทำงานศิลปะไม่ว่าจะแขนงไหน จะมุ่งความเป็นแบบฉบับ ความเป็นตัวของตัวเอง หรือความเป็น Originality การออกปากชวนใคร ก็มักจะดูจากการเห็นสิ่งนี้ในตัวคนๆนั้น คนศิลปะส่วนใหญ่ดูไปที่ตัวผลงานและผลของการทำได้ ดังนั้นจึงเชื่อหูและตาหรือประสบการณ์ตนเอง
  • เพราะฉะนั้น ไปเถอะครับ เรื่องในทางโภชนาการก็น่าทำครับ และที่มหาวิทยาลัยมหิดลนี้ก็มี Originality ในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งสองอย่างนี้ ทำเถอะครับ ทำในด้านที่จะปูพื้นฐานให้สิ่งที่เป็นชายขอบมีแหล่งที่จะขยายผลและเสริมกำลังได้ดีขึ้น แล้วก็ทำในด้านที่จะได้บทเรียนที่ดีเพื่อนำกลับออกไปทำงานให้กับชุมชนที่เราอยากไปทำในอนาคต