ความเห็น 1526375

"หม่อง ทองดี" เด็กชายผู้ไร้ "ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" บนผืนแผ่นดินไทย

เขียนเมื่อ 

สภาทนายความ ยื่นฟ้องศาลปกครองขอให้มีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉิน

สานฝันน้องหม่องไปญี่ปุ่น

 

3 กันยายน 2552- วันนี้เวลา 11..00 น. สภาทนายความ โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ ทนายความผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนเด็กชายหม่อง ทองดี และคณะได้เดินทางไปที่ศาลปกครอง เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  (นายชวรัตน์  ชาญวีรกุล) ทั้งนี้เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเสียหาย โดยได้รับผลกระทบอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากการใช้อำนาจตามกฎหมาย หรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือจากการละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร มีผลเป็นการละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ฟ้องคดี ทั้งยังกระทำการที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หลักสิทธิมนุษยชน ส่งผลกระทบต่อหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ทั้งการปกครองระบอบประชาธิปไตย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ฟ้องคดีอย่างร้ายแรง  

สภาทนายความเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นกรณีสำคัญเร่งด่วน จึงเดินทางไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอศาลมีคำสั่งให้ ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวแก่เด็กชายหม่อง ทองดี  ซึ่งการอนุญาตก็ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือจะก่อให้เกิดปัญหาต่อความมั่นคงแต่อย่างใด โดยขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้เด็กชายหม่อง ทองดี  เดินทางออกนอกประเทศและเดินทางกลับเข้าประเทศได้ เพื่อดำเนินการแข่งขัน ฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น

หลังจากที่เมื่อวานนี้(2กันยายน) นายดวงฤทธิ์ เกติมา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเด็กชายหม่อง ทองดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ได้เดินทางเข้าพบ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายชำนิ บูชาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุญาตให้กระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือรับรองให้เด็กชายหม่อง เดินทางออกและกลับเข้าประเทศไทยได้ เพื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ เด็กชายหม่อง ทองดีได้รางวัลชนะเลิศการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 5 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับ ที่เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง Japan Origami-Airplane Association (JOAA) ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2552และได้กำหนดให้เดินทางในวันที่ 16 กันยายนนี้ โดยทาง สวทช. และ เอ็มเทค  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้แจ้งว่าต้องดำเนินการขอหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว และนำหนังสือเดินทางไปขอวีซา ณ สถานทูตประเทศญี่ปุ่นภายในวันศุกร์ที่ 4 กันยายนนี้

โดยนายวงศ์ศักดิ์ ได้ชี้แจงว่า ตามกฎหมายไทย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรองดังกล่าวได้ เนื่องจากบิดา และมารดา ของเด็กชายหม่อง เป็นแรงงานต่างด้าว ไม่ใช่บุคคลที่มีสัญชาติไทย และเด็กชายหม่องมีสถานะเป็นผู้ติดตาม ดังนั้นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจึงไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขตามประกาศกระทรวงมหาดไทย(หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท.0204.2/1184 ลงวันที่ 1 กันยายน 2552)

ทั้งนี้คำฟ้องคดี ระบุว่า เด็กชายหม่อง ได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรของประเทศไทยในฐานะผู้ติดตามแรงงาน และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ แต่ในปี 2548  คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มียุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล (มติคณะรัฐมนตรี 18  มกราคม 2548)  ซึ่งได้แยกประเภทเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติในสถาบันการศึกษาออกมา ได้รับการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน และได้รับการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 คือ 0-5001-89000-94-1 เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ..2548 โดยอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ..2550 และบัตรดังกล่าวจะหมดอายุในวันที่ 14 มกราคม พ..2560

นอกจากนี้สิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทาง เป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 อันจะถูกจำกัดมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งไม่ปรากฎว่ามีกฎหมายใดห้ามมิให้ผู้ฟ้องคดีเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเดินทางออกนอกประเทศเพื่อการสร้างชื่อเสียง และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทย มิได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อความมั่นคงของประเทศแม้แต่น้อย และสิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศนี้ ได้มีทางปฏิบัติอันเป็นปกติประเพณีของประเทศไทย

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เคยอนุญาตให้บุคคลที่มีลักษณะเดียวกันกับผู้ฟ้องคดีเดินทางออกไปนอกประเทศและกลับเข้ามาในประเทศไทยมาก่อนแล้ว ได้แก่ อาจารย์อายุ นามเทพ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนดนตรีคลาสิคที่มหาวิทยาลัยพายัพ ซึ่งถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ได้เดินทางออกไปทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติ หลายครั้ง เพื่อไปแสดงดนตรีรวมถึงแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งสิทธิในเสรีภาพดังกล่าวนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะต้องรับรองและให้ความคุ้มครองแก่บุคคลทุกคนโดยเสมอภาค และเลือกปฏิบัติมิได้ การดำเนินการไปในทางจำกัดสิทธิเสรีภาพดังกล่าว เป็นสิ่งที่ไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่โดยผลของกฎหมาย และหากกฎหมายมีผลเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพก็จะต้องดำเนินการโดยละเอียด รอบคอบ อย่างเคร่งครัด  ทั้งต้องเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบชี้แจงได้ โดยกำหนดระยะเวลาให้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ สิทธิในเสรีภาพที่จะเดินทางนี้ ยังผูกพันประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีที่จะต้องคุ้มครองรับรองแก่บุคคลด้วย ตามกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสที่จะได้เดินทางไปแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับนั้น ยังหมายถึง โอกาสของการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอย่างเด็กชายหม่อง เพื่อการพัฒนาไปสู่การมีชีวิตที่มีคุณภาพ การมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างเสมอภาค อันเป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองและผูกพันรัฐภาคีเช่นประเทศไทย ตามข้อ 24 แห่งกติการระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางแพ่งและสิทธิทางการเมืองและอนุสัญญาสิทธิเด็กทั้งฉบับ

สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อการเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ                                 

Stateless Watch for Research and Development Institute of Thailand (SWIT)

437/37 ซ.จรัลสนิทวงศ์ 35(วัดมะลิ) ถ.จรัลสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย  กรุงเทพฯ 10700
437/37 SoiJaransanitvong 35 (wadmali) Jaransanitvong Rd. Bangkhunsri Bangkoknoi Bangkok 10700
[email protected]  Tel/Fax (66)2-864-9009