เรียน ท่าน อาจารย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ที่เคารพยิ่ง
หนู (สมศรี นวรัตน์) รพ.บ้านลาด อ. บ้านลาด จ.เพชรบุรี วันนี้หนูขอแลกเปลี่ยน + เรียนรู้กับเพื่อน ๆๆใน เรื่อง“Good to Great=จากบริษัทดีสู่ความเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่”วันนี้หนูจะขอพูดคุยและแลกเปลี่ยน + เรียนรู้บทต่อไปคือบทที่ 5 - 6นะคะ
บทที่ 5 ความคิดแบบตัวเม่น
Isaiah Berlin เขียนนิทานกรีกโบราณ “ หมาจิ้งจอก=รอบรู้ หลายเรื่อง”.....แต่ “เม่น”= รู้เพียงเรื่องเดียว......แต่.....เป็นเรื่องใหญ่ ๆ” เปรียบเหมือนคน 2 กลุ่ม
@ “กลุ่มหมาจิ้งจอก” เป็นพวกที่มี เป้าหมาย(Goal)หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน และ มองโลกอย่างซับซ้อน แต่ไม่เคย“บูรณการ(Integration)” ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และ ไม่มี “วิสัยทัศน์(Vision ) ที่เป็น เอกภาพ”
@ “กลุ่มตัวเม่น” ทำ “โลกซับซ้อน” ให้เป็นเรื่อง “ง่าย ๆ ด้วยความคิดที่เป็นระบบ” เช่น ฟรอยด์ ผู้คิดค้น ทฤษฎีจิตใต้สำนึก ไอน์สไตน์กับ ทฤษฎีสัมพันธภาพ อาดัม สมิธ กับ หลักการแบ่งงานกันทำ
“คน”ที่สร้างบริษัทที่ดี-----àเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่(Good to Great )เป็นพวก “ตัวเม่น” มีแนวความคิดแบบ “ตัวเม่น” เพื่อ สร้างความยิ่งใหญ่ของบริษัท แต่บริษัทเปรียบเทียบมีความคิด“กระจัดกระจาย” และเป็นความคิดที่“ไม่สอดประสานกัน”
แนวคิดแบบตัวเม่น คือ แนวความคิดที่“เรียบง่าย ชัดเจน ซึ่งเกิดจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งใน 3 เรื่อง” ที่เกี่ยวเนื่องกันเหมือน วงกลม 3 วง(3ข้อ)(วงกลม ที่ตัดกัน) ได้แก่
1.อะไร?คือ สิ่งที่คุณทำ “ได้ดีที่สุด”
2.อะไร?คือ พลังขับเคลื่อน เครื่องจักรเศรษฐกิจของคุณ
3.สิ่งที่คุณทำกำลังทำอยู่มีอะไร?ที่ทำให้ "คุณรักและปรารถนา"
แนวความคิด (Concept )แบบ“ตัวเม่น” ไม่ใช่ เรื่องที่เกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย (Goal ) ที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ใช่กลยุทธ์(Strategic )ที่เป็นที่หนึ่ง ไม่ใช่ แผน(Plan )เพื่อความเป็นสุดยอด แต่คือ การทำความเข้าใจว่าอะไร? คือ สิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุด
การที่จะเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้ ไม่จำเป็น ต้องอยู่ในอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่ด้วย บริษัท Good to Great แต่ละแห่งการสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจที่ยอดเยี่ยมของตน โดยไม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่สังกัดอยู่เลย พวกเขา “ทำได้เพราะมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง” ในสภาพธุรกิจขององค์กรเอง(Context) “ความรัก”ในสิ่งที่ทำบริษัทGood to Great จะทำในสิ่งที่เขา “รักและปรารถนา” ที่จะทำ โดย “ค้นหา”ให้เจอว่าอะไรคือ“สิ่งที่จุดประกายความรัก”ของคุณและคนรอบๆ ตัวบริษัทที่ยิ่งใหญ่ “กำหนดเป้าหมาย” และ “กลยุทธ์” ของตนบนพื้นฐานของ “ความเข้าใจ” ขณะที่บริษัทเปรียบเทียบ กำหนดเป้าหมาย (Goal) กลยุทธ์ (Strategic)จากความ “ฮึกเหิมทะนงตน”
บทที่ 6 วัฒนธรรมแห่งวินัย
การสร้างผลงาน ที่ยิ่งใหญ่ให้มี“ความยั่งยืน” นั้น ต้องอาศัย “การสร้างวัฒนธรรมองค์กร”ที่“คน”ในองค์กรต้อง“มีวินัยในตัวเอง” “มีการทำที่มีวินัย” และ “ยึดมั่นวัฒนธรรมองค์กร” แบบราชการ เกิดขึ้นเพื่อ “ ชดเชยความไร้ประสิทธิภาพและการขาดวินัย” ซึ่งเกิดขึ้นเพราะว่า “ได้คนที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมมาร่วมงานตั้งแต่แรก” ถ้าได้คนที่ถูกและขจัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไป ก็ไม่ต้องมีวัฒนธรรมองค์กรแบบราชการ
“ วัฒนธรรมของความมีวินัย” มีลักษณะสำคัญ 2 อย่างควบคู่กันไป คือเรียกร้องให้คนต้องยึดมั่นอยู่ในระบบ แต่ขณะเดียวกันก็ “ให้คนมีเสรีภาพและความรับผิดชอบภายใต้กรอบของระบบ”
วัฒนธรรม ไม่ได้ เป็นเรื่องของการทำงานเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับ การสรรหาคนที่มีวินัยซึ่งสามารถสร้างความคิดที่มีวินัย เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีวินัยได้
บริษัท Good to Great เต็มไปด้วย “คน” ที่มี “มานะพากเพียรเอาจริงเอาจัง เข้มงวดกับตัวเอง” อย่าเอา วัฒนธรรมของความมีวินัย ไปปน กับความมีวินัยที่เกิดจาก“ลักษณะเผด็จการ”ของผู้นำทั้ง 2 อย่าง เป็นแนวความคิดที่ต่างกันมาก CEO ซึ่งได้“อำนาจสร้างความมีวินัย”ขึ้นมา มักจะ “ไม่สามารถสร้างผลงานที่มีความยั่งยืนได้”
ความมีวินัยที่สำคัญที่สุดใน “ การสร้างผลงานที่ยั่งยืน คือ การยึดมั่นกับแนวความคิด” “แบบตัวเม่น