ผมไม่ประสากับ KM เลยครับอาจารย์ ก็ได้แต่เข้ามาหาความรู้จากผู้รู้ทั้งหลายในนี้
ยิ่งผมอ่านก็ยิ่งเห็นตรงกับอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ที่ท่านกล่าวว่า "วัฒนธรรมสำคัญกว่าความรู้"
ผมเข้าใจว่าวัฒนธรรมที่ท่านหมายถึงคือระบบความรู้ในสังคมนั้นๆ และสภาพแวดล้อมซึ่งมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง นิ่งเมื่อไหร่ก็คือไม่มีวัฒนธรรมแล้ว
การบริหารความรู้ก็น่าจะดึงเอาวัฒนธรรมของชุมชน ทั้งในเรื่องของความเชื่อระดับประเทศและความเชื่อ หรือประเพณีในระดับชุมชนเข้ามาประสาน ไม่อย่างนั้นก็จะลอยแยกจากตัวบุคคล ไม่เกิดประโยชน์อะไรนัก
ที่อาจารย์ดร. แสวงพูดว่า "ทุกคนทำทุกอย่าง" นั้นผมเห็นด้วยครับ ผมคิดว่าการที่เราแยกส่วนกันทำงาน ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ยึดติดในตำแหน่งและหน้าที่ของตัวเองจนขาดโอกาสที่จะมองจากมุมของคนอื่น ไม่เข้าใจก็เลยไม่เห็นใจ ก็เลยไม่อยากจะช่วยเหลือกัน