ศ. แสวงอ้างถึงบทความ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล ้ตาย ที่เขียนโดย ศ. แพทย์หญิง สุมาลี นิมมานนิตย์ ที่ชี้ให้เราเห็นว่า “บางทีสิ่งที่เราคิดว่าเป็นการช่วยผู้ป่วย กลับเป็นการทำร้าย เช่นให้อาหาร ให้น้ำทางสายยาง ในวาระสุดท้ายที่ร่างกายไม่ต้องการปฏิเสธแล้ว การให้อาหารเช่นนั้นกลับเพิ่มทุกข์ให้ผู้ป่วย”

มีความคิดเห็นเช่นเดียวกันคะ  เมื่อรู้อาการแล้ว ยังจะหาอาหารมาให้กิน ทางสายยาง  มันไหลคืนกลับ แค่นี้ลูกก็รู้อยู่แล้ว แม่ไม่รอดแล้ว ตอนนั้นอยากได้พยายาบาลหรือหมอซักคน มาพูดอะไรก็ได้


 ให้ลูกคนเฝ้า เพราะเขาเห็นอาการไม่รอดแน่แล้ว มาพูดให้กำลังใจ หรือพูดความจริง อะไรก็ได้ ให้จิตใจลูกหายคลุมเครือ เพื่อที่จะรับ งาน ใหญ่ที่จะต้องทำต่อไป ทั้งที่มันหมดกำลังแล้วในช่วงนั้น


“บางทีการที่เรารู้และเข้าใ จความเป็นไปในวาระสุดท้าย เราอาจจะรู้ว่าบางที การไม่ทำอะไร กลับเป็นการช่วยเหลือกันให้ไม่ทุกข์ทรมาน ดังนั้นการมีข้อมูล ความรู้ที่ถูกต้อง จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรในวาระสุดท้าย”

เรื่องนี้ดิฉันอยากให้หมอหรือพยาบาลมาพุดคุยกับคนเฝ้าบ้าง หรือไม่ก็ให้คนเฝ้าไข้ได้มีโอกาสซักถามบ้าง เรื่องอาการของผู้ป่วย

เพราะโรงพยาบาลบางแห่ง ใหญ่ๆด้วย เวลาคุณหมอจะมาตรวจ หรือเวลาจะทำความสะอาด ไล่คนเฝ้าออกไปอยู่ข้างนอก (เกะกะ คิดเอง) แล้วหมอกับพยาบาล ก็จะพูดกันเอง คนเฝ้าไม่มีส่วนรับรู้อะไรเลย รู้แต่ว่า ไม่รอดในวันสุดท้ายเท่านั้น