ขอบพระคุณครับ อ.ทัศนีย์ 
ทั้งๆที่อาชีพครู อาชีพแพทย์พยาบาล ทำงานอย่างที่เราทำกันอยู่ แต่ถ้า "กระบวนทัศน์ การรับรู้" เรา set ไว้แบบหนึ่งแล้ว ความทุกข์ที่เกิดขึ้น ทั้งต่อผู้รับและผู้กระทำมันช่างเหลือเชื่อ เกินประมาณ สุดจินตนาการจริงๆ
เคยมีคุณครูป่วยเป็น terminal cancer มีลูกศิษย์ลูกหาใหญ่ๆโตๆมาเยี่ยมมากมาย แต่เธอจะร่ำไห้เสียใจทุกครั้งเมื่อคนเยี่ยมกลับไป ภายหลังเราจึงทราบว่าเธอรู้สึกสำนึกเสียใจทีเคยดุด่าว่าเด็กแรงๆไปเยอะมาก มิใยที่เราจะพยายามบอกเธอว่าที่ทำไปเป็นความหวังดี และเด็กคงจะเข้าใจ แต่จนวันสุดท้ายที่เธอยังรู้สติ เธอก็ยังไม่สามารถทำใจกับสิ่งที่เคยทำในอดีตไว้ได้
เราทำสิ่งอะไรไป สิ่งนั้นจะหล่อหลอมกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราตลอดไป ฉะนั้น ทางที่ดี ทางที่ไม่ประมาท เราอย่าไปใช้วิธีเก็บกด บังคับให้ลืม หรือทำเป็นไม่นึกถึงมัน เพราะการทำอย่างนั้นมันใช้ "พลังเยอะ" มาก ตอนเรายังแข็งแรงก็ไปอย่าง แต่เมื่อไร เราเจ็บป่วย อ่อนแอ และเปราะบาง พลังในการกดเอาไว้เสื่อมถอย สิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมาให้เราทบทวนทั้งหมด และสิ่งเดียวที่เรามีเหลือตอนนั้น มักจะเป็น "สิ่งยึดเหนี่ยวที่แท้" ที่เราสามารถมีศรัทธาและเชื่อมั่นจริงๆ ที่จะ hold ทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ได้
ตอนนี้เราจึงควรจะสะสางข้อผิดพลาด รีบๆเรียนจากประสบการณ์ เคารพและขอบคุณสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่าเกิดขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์อะไรบางอย่าง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราในภายภาคหน้า เมื่อถึงเวลาเมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะสุกงอม ได้ฤกษ์ยามงอกเงยมาให้เราได้ใช้ในตอนนั้น