สวัสดีครับ อ.. จารุวัจน์ شافعى

สารภาพตามตรงเลยครับว่า  ผมเองก็เคยแทบจะลาจากมหาวิทยาลัย เพียงเพราะกิจกรรมรับน้องที่ไร้เหตุผล...ละเมิดสิทธิส่วนตัวมากจนเกินเหตุ  ดังนั้น เมื่อครั้งเป็นผู้นำนิสิต  จึงมีโอกาสได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง

แต่ก็อย่างว่า...หลายอย่างยังถือเป็นประเพณีภายใน  และรียกเป็นศัพท์ในวิถีกรรมของที่นี่ว่า "วัฒนธรรมของการรับน้อง" ...ยังคงมีโครงสร้างหลายอย่างที่ต้องปรับแก้..

ที่นี่ ยังมีการรวมน้องทั้งสถาบันแบบไม่แยกคณะมาร้องเพลง, เล่นเกมรวมกันในช่วงเย็น
ที่นี่...ยังมีการลอดซุ้ม..บายศรีสู่ขวัญ...มีประกวดดาวเดือน..และนำดาวเดือนมาเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ...

และปีนี้..
เป็นปีที่เราคิดว่าเดินมาถูกทางแล้ว  นั่นคือการนำพาน้องใหม่ออกไปเรียนรู้แหล่งประวัติศาสตร์อารยธรรมของเมืองมหาสารคาม (นครจำปาศรี)  ไปกราบสักการะองค์พระธาตุนาดูน (พุทธมณฑลอีสาน)  พร้อมกล่าวปฏิญญาณการเป็นลูกพระธาตุ เนื่องจากตราโรจนากรอันเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยก็เป็นการจำลองมาจากองคืพระธาตุนาดูน...

และนั่นก็รวมถึงการนำพานิสิตออกไปพัฒนาสังคมรายรอบมหาวิทยาลัย โดยกำลังวางแผนระยะยาวว่าจะทำอะไรได้บ้าง

....นั่นคือสิ่งที่คิดว่า  เดินมาถูกทางแล้ว....

ขอบพระคุณครับ