สวัสดีครับชาว Blog

            ในวันนี้ผมได้รับเกียรติจากสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชิญให้บรรยาย เรื่อง สถานการณ์เศรษฐกิจ การเมืองในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต กับ กรอบแนวคิดในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตให้แก่ข้าราชการระดับ 7 และ 8 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเ ข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารการพัฒนาสังคม

            สำหรับเนื้อหาของการบรรยายในวันนี้น่าสนใจ และทำให้ผมได้ทบทวนความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมืองและผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างรอบคอบอีกครั้ง และก็ได้วางแผนสำหรับการบรรยายในครั้งนี้

            ก่อนอื่น ผมได้เริ่มต้นด้วยการตั้ง Hypothesis ว่า สังคมต้องมีความรู้ด้านเศรษฐกิจและการเมือง

            หากจะวิเคราะห์ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจซึ่งถ้าจะสรุปสั้น ๆ แล้วในอดีต

n   การพัฒนาเศรษฐกิจแบบเป็นทางการเริ่มจริง ๆ ก็ประมาณ 50 ปีที่แล้ว คือ มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปัจจุบันมีแผน 11 แล้ว

n   แรก ๆ เรามีทรัพยากรธรรมชาติมาก เราเจริญได้โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เช่น ไฟฟ้า, เขื่อนขนาดใหญ่ (เพื่อไฟฟ้า), ถนน, สนามบิน

n   เราเน้นเศรษฐกิจแบบตะวันตก คือ มองอุตสาหกรรมเป็นหลัก ไม่ได้ดูถึงจุดแข็งของเรา คือ เกษตรและการท่องเที่ยว

n   ไม่สนในเรื่องทรัพยากรมนุษย์เลย สมัยผมอยู่ธรรมศาสตร์ เมื่อเริ่มตั้งสถาบันทรัพยากรมนุษย์ คนตกใจที่พูดเรื่องทรัพยากรมนุษย์ เพราะไม่เข้าใจว่าคืออะไร?

n   พึ่งพาการส่งออก 70% ของ GDP และพึ่งเงินทุนต่างประเทศ

n   มีการตั้งกำแพงภาษี- เป็นลักษณะ Import Substitution อุตสาหกรรมอยู่ได้เพราะมีภาษีนำเข้าแพง

n   ผ่านได้สักพักหนึ่งจึงต้องปรับตัวหันมาดูแลเรื่องการแข่งขันเพราะมี WTO - ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาเรื่องทุนมนุษย์เพิ่มขึ้น

n   แต่โดยสรุป เศรษฐกิจไทยในอดีตถึงปัจจุบันก็คือ

n   พึ่งตลาดต่างประเทศ คนรวยกระจุกตัว มีการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างเมือง/ชนบทมาก คนส่วนมากยังไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร จุดนี้แหละที่สร้างปัญหาสังคมมากมาย

สำหรับมุมมองเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผมคิดว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหามากมาย

§       เจอปัญหาโลกาภิวัตน์

§       เจอปัญหาการเงินระหว่างประเทศ เช่น Sub-prime

§       เจอปัญหาขาดความยั่งยืนในการพัฒนา ซึ่งผมขอเสนอแนวคิดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนดังนี้

      6 ปัจจัยของความยั่งยืน (Chira 's 6 factors )

§       ปัจจัยแรกคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเน้นให้ระยะสั้นสร้างความสมดุลในระยะยาว อย่าให้ระยะสั้นดี แต่ทำลายระยะยาว ผมได้ตัวอย่างมาจากเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในประเทศไทย คือรวยระยะสั้น แต่มีปัญหาระยะยาวมากมายอย่างที่เห็นกัน

§       ปัจจัยที่ 2 คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติต้องไม่ถูกทำลาย และต้องไปด้วยกันกับ การพัฒนา บางแห่งเรียกว่าเป็น Green Development

§       ปัจจัยที่ 3 คือ การพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องมีทั้งคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่กันกับความเจริญ คือมีศีลธรรม คุณธรรมคู่ไปกับกับพัฒนา

§       ปัจจัยที่ 4 คือ ต้องคิดเป็นวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์เป็น หาความรู้อย่างต่อเนื่อง เป็นสังคมการเรียนรู้

§       ปัจจัยที่ 5 คือ ต้องให้ประชากรส่วนใหญ่ของสังคม ชุมชนหรือประเทศ มีความเจริญเพิ่มขึ้นอย่างกระจาย ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเล็กๆ

§       และปัจจัยที่ 6 ต้องเป็นการพัฒนาที่พึ่งตัวเอง self - reliance ไม่ใช่รอความช่วยเหลือจากคนอื่นอย่างเดียว

§       เจอปัญหาคนไทยคิดไม่เป็น

§       เจอปัญหาการศึกษาแบบ High – Volume, Low Value

ปัญหาเหล่านี้ผลกระทบต่อสังคมคืออะไร?

            และหากจะมองต่อไปในอนาคต ผมคิดว่า

     7.1) ต้องสร้างทุนมนุษย์ -  คิดเป็น มีทุนทางปัญญา

     7.2) ต้องมี Creativity และInnovation มากขึ้น

     7.3) ต้องปฏิรูปการศึกษา

     7.4) ต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

     7.5) ต้องดูแลความสมดุลระหว่างมนุษย์กับสังคม   

            และมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม

สำหรับมุมมองทางด้านการเมือง ผมคิดว่า

การเมืองในอดีต

n   เราเข้าสู่ประชาธิปไตยโดยไปลอกความคิดของตะวันตกมา ฝรั่งเศสบ้าง อเมริกาบ้าง

n   ประชาธิปไตยไทยไม่มีวัฒนธรรมการเมืองของเราเอง

n   บ้าคลั่งรูปแบบ คือ ต้องมีเลือกตั้ง ต้องมีสภา ต้องมีนักการเมือง

n   ฉีกรัฐธรรมนูญบ่อย (18 ครั้ง) บทบาทของทหารและข้าราชการในอดีตยังมีสูงอยู่

การเมืองในปัจจุบัน

n   เงินเป็นตัวหลักสำคัญในการเล่นการเมือง

n   องค์กรอิสระดีขึ้นแต่ยังไม่เข้มแข็ง

n   การเมืองและผลกระโยชน์มากเกินไป

n   ภาคประชาชนดีขึ้นแต่ยังไม่พอ

n   การศึกษาและวิธีคิดภาคประชาชนยังขาดการสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย

n   สื่อมวลชนมีบทบาททางลบมากเกินไป

n   นักวิชาการยังไม่เข้มแข็ง (ขายตัว)

n   การวิจัยและพัฒนาจิตสำนึกนักการเมืองมีน้อย

      และหากจะมองไปถึงการเมืองในอนาคต ผมคิดว่า

n   ต้องสร้าง/ปลูกฝังวัฒนธรรมการเมืองแบบไทย ๆ

n   ภาคประชาชนต้องเข้มแข็งกว่าเดิม

n   การศึกษากับการเมืองต้องเอาจริง

n   กกต. และสถาบันอิสระต้องสนใจเรื่องการปลูกฝังความรักและความหวงแหนประชาธิปไตยแบบไทย ๆ

n   ต้องให้การเมืองสามัคคี

n   การเมืองระหว่างประเทศต้องดี

n   ระวังเรื่องความรุนแรง เช่น ปัญหาภาคใต้, เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง

n   การเมืองท้องถิ่นต้องมีคนดี มีคุณธรรมเพิ่มขึ้น

n   จัดตั้งสถาบันธรรมมาภิบาล นักการเมืองทุกคนที่เล่นการเมืองต้องผ่านหลักสูตรนี้

n   การเมืองยุคอนาคตต้องถามว่าเป็นนักการเมืองเพื่ออะไร

n   ประชาชนชนได้อะไร ไม่ใช่ฉัน (นักการเมือง) ได้อะไร

และเมื่อจะให้พูดถึงกรอบแนวคิดในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคตนั้น ผมมีความเห็นดังต่อไปนี้

1.      การวางแผนควรจะ Top – Down หรือแบบประชาชนมีส่วนร่วม

2.      การวางแผนระยะ 5 ปีล้าสมัย ควรจะวางแผน 20 – 30 ปี เช่น เกาหลี

3.      อย่าให้การเมืองมายุ่งจนเกินไป

4.      สนใจเรื่องการกระจายรายได้ และความเป็นธรรมในสังคม

5.      ปัญหาทุนมนุษย์ต้องเอาจริง

6.      ปัญหาทุนมนุษย์ต้องเอาจริง

7.      ปัญหาโลกร้อน

8.      ปัญหาประชากรแก่ (Aging Population)

9.      ปัญหาคนไทย/ต่างประเทศ และแรงงานต่างด้าว

10.  ปัญหาค่านิยมในสังคมที่เน้นวัตถุจะทำอย่างไร

11.  สุดท้าย แผนไม่ใช่กระดาษ ต้องนำมาปฏิบัติ- ผมเลยเสนอทฤษฎี Execution

Execution Your Strategy ต้อง..

1.      ยั่งยืน

2.      ปรับตัวตลอดเวลา

3.      การมีส่วนร่วม

4.      การ Share ข้อมูลให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ

5.      การใช้ Internet เพื่อการวางแผนและ Share ข้อมูล

6.      การเป็นเจ้าของแผนงานของประชาชน

ก็หวังว่ามุมมองเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน นำไปคิด นำไปใช้ได้ต่อไปครับ

                                                        จีระ หงส์ลดารมภ์