กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)
ชุมชนเรียนรู้การพัฒนาพอเพียง
ผมพยายามนึกภาพตามที่พระคุณเจ้าสาธยายถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่วังทอง พิษณุโลก ก็พอจะนึกภาพออกครับ อันที่จริง แถววังทองนั้น นอกจากผมจะเคยไปเป่าแตรวงตั้งแต่เด็กเมื่อ ๒๐-๓๐ ปีก่อนแล้ว แม้ในปัจจุบัน ผมก็มีญาติพี่น้องอยู่ที่นั่นอยู่พอสมควรครับ
อีกทั้งเมื่อปีก่อน หลวงลุงจากวัดที่บ้านผม ซึ่งญาติโยมพี่น้องท่านอยู่ที่วังทอง ก็ขอมาประจำวัดที่วังทองเสียอีก แถวบ้านผมพยายามอ้อนวอนให้ท่านเมตตาอยู่เป็นกำลังใจ และให้ชาวบ้านได้มีพระไว้ทำบุญ แต่ท่านชราและมีความจำเป็นทางสุขภาพที่ต้องมีคนช่วยดูแลมาก ท่านเกรงใจญาติโยม จึงย้ายไปอยู่วังทอง
หมู่บ้านดังที่พระคุณเจ้าเล่า ดูแล้วยังคงมีสภาพชนบทมากเลยครับ แต่การที่ชุมชนนี้มีพระสองสามรูปที่มีแนวคิดสร้างการเปลี่ยนแปลงดีๆ ให้เกิดขึ้นมากกว่าปล่อยไปตามยถากรรม ก็เชื่อว่าจะเป็นโอกาสริเริ่มการพัฒนาในแนวทางที่เหมาะสมและดีสำหรับชาวบ้าน ได้หลายอย่างนะครับ จึงขอร่วมอนุโมทนาอย่างยิ่งครับ
ปัญญาบารมีเพื่อพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของเด็ก
เห็นพระคุณเจ้ากล่าวถึงวิธีคิดการทำบุญกุศล จากการทำทานเพื่อมุ่งได้บุญกุศลแก่ตัวเอง มาสู่การทำทานการศึกษาเพื่อสร้างปัญญาบารมี ก็รู้สึกตื้นตันใจไปกับชาวบ้านไปด้วย ที่ปรากฏแนวคิดอย่างนี้จากกลุ่มพระสงฆ์เพิ่มพูนห้มากๆยิ่งขึ้นอีก
ครอบครัวและชุมชนชนบท ที่มีลูกมีหลานนั้น การที่มีการระดมเงินทุนหรือมีหนังสือและเสื้อผ้าไปช่วย แม้นเพียงเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับคนที่มีโอกาสดีแล้วในเมือง แต่ก็เป็นการให้โอกาสยิ่งใหญ่แก่เด็กๆและครอบครัวของคนในชนบท
การสร้างโอกาสพัฒนาของครอบครัวและชุมชนชนบท ผ่านการลงทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาเรียนรู้แก่เด็กนี้มีความหมายมากครับ ไม่ใช่เพียงเรื่องการที่เด็กๆคนหนึ่งจะได้มีโอกาสงอกงามเติบโตเท่านั้น
ทว่า จะสร้างให้เด็กมีอนาคตเป็นเครือข่ายการดูแลตนเองของสังคมหน่วยย่อยๆในชนบท อันได้แก่ครอบครัวและกลุ่มสังคมเครือญาติ ให้สามารถอยู่ได้ในสังคมด้วยคุณภาพแห่งชีวิตที่ดีขึ้น
อีกทั้งมีโอกาสได้พึ่งตนเอง กระทั่งมีกำลังที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาส่วนรวมได้ดีมากขึ้น ทำให้ปัเจก ครอบครัว และชุมชน เกิดความเข้มแข็ง ถูกปัญหาและตรงกับกลุ่มที่ต้องการได้รับโอกาสการพัฒนาจากสังคม มากอย่างยิ่งครับ
แต่การที่จะร่วมมือกันของบ้านและชุมชน วัด และโรงเรียน ก็จะต้องมีผู้นำ ที่สามารถปรับหลักธรรมและวิธีคิดให้เข้ากับบริบทใหม่ๆของปัจจุบัน และเป็นกำลังแห่งสติ กำลังปัญญา อย่างที่กำลังได้จากพระคุณเจ้าและหมู่พระสงฆ์ อย่างนี้แหละครับ
การนำให้ชาวบ้านและชุมชน รวมทั้งเหล่าผู้ศรัทธาปสาทะต่อการทำบุญและทำสิ่งดีผ่านงานบุญกุศล ได้เกิดวิธีคิดและซาบซึ้งกับการสร้างปัญญาปารมี และการให้ทานเพื่อการศึกษาเรียนรู้ อย่างที่พระคุณเจ้าและคณะได้ทำให้ชาวบ้านนี้ ชอบแล้วอย่างที่สุด สร้างสรรค์ และขอกราบอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งครับ
ความเป็นชุมชนและการเรียนรู้ทางสังคมเพื่อการพัฒนาแก่เด็ก
ในเรื่องกุศโลบายการทำดีและให้ผู้อื่นได้เป็นตัวเสริมกำลังการปฏิบัติเพื่อทำดีของเด็กๆนั้น แทนการเน้นด้านที่ต้องมุ่งทำดีให้ได้ชื่อเสียง ทำดีต้องได้หน้าตา ทำดีต้องได้ความลำพองใจนั้น ผมอยากแลกเปลี่ยนแนวคิดด้วยครับ
การทำความดี ก็จำเป็นต้องเรียนรู้อย่างแยบคายเป็นอย่างยิ่งเหมือนกันครับ
หากชุมชน ครอบครัว และคนรอบข้าง รวมไปจนถึงเด็กๆ ไม่มีใครช่วยชี้นำการคิดและนำการปฏิบัติที่ดี คนก็อาจจะพัฒนาไปได้แค่ติดดี ติดบุญ อีกทั้งเมื่อเสริมกำลังให้มุ่งเลือกเอาแต่ด้านดี แต่ข้ามไปที่ตัวปัญญาไม่ได้ ก็จะกลายเป็นหลงไปสู่การเกิดอัตตาและตัวตนที่จะต้องดี กร่าง อหังการ์
เมื่อเป็นดังนี้ วิธีการและกระบวนการดังเช่นในบทความที่ผมเขียนถึงกิจกรรมที่บ้านเกิดของผม จึงมีความสำคัญที่จะต้องออกแบบและทำขึ้นมาครับ
แต่ทั้งนี้ คงต้องมีคนเป็นผู้พาคิดพาทำ ซึ่งกระผมเห็นว่าพระคุณเจ้าและพระสงฆ์ที่มีความเข้าใจอย่างนี้นั่นเอง เป็นผู้ที่เหมาะสมเพื่อการนี้ครับ
การทำความดีต้องเรียนรู้ให้เกิดคุณค่าในตนเอง ทำดีเพื่อให้เกิดการยอมรับ หรือทำดีเพื่อเอาหน้าตา ทำดีเพื่อได้ชื่อเสียง เหล่านี้ มักเป็นกระแสนิยมของสังคม ทว่า ไม่จีรังยั่งยืนพอครับ
และจะดีมากที่สุด ควรเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่เน้นการส่งเสริมให้เด็กมุ่งอยากดีอยากเด่นมากกว่าคนอื่นครับ ต้องเน้นให้เกิดสติปัญญาภาวนาว่าความดีนั้นมีธรรมชาติที่ต้องปรุงแต่ง ต้องสมมติ ไม่คงที่ ติดยึดก็ทำให้ตัวตนกร่าง เกิดความเป็นตัวกู-ของกู เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเองให้ขึ้นสูง เหมือนดีแต่ไม่เป็นการดี
ความดีนั้น ต้องสร้างร่วมกันจากการปฏิบัติของเราและการยอมรับจากผู้อื่น ดังนั้น สิ่งที่พึงมุ่งฉวยเอาและยึดไว้ จึงมิใช่ความดีเพื่อตนเองแต่โดยลำพัง ซึ่งอาจจะทำให้ความเป็นชุมชนหลุดออกไปจากความเด่นดีของเรา ทว่า ได้แก่การมุ่งสร้างความดีร่วมกับผู้อื่นและอยู่ร่วมกันด้วยดีนั่นเอง ซึ่งจะก่อให้เกิดความดี ความงาม และสร้างความจริงด้วยกันให้เกิดขึ้นได้อีกหลายอย่าง
แต่ถ้าหากเด็กมุ่งติดดีให้ต่างจากคนอื่นแล้ว ทุกครั้งที่ได้คนดีหนึ่งคน ในทางมุมกลับ ก็จะมีคนไม่ดีกว่าคนหนึ่งคนนั้น เกิดขึ้นอีกมากมายหลายคน ดังนั้น เราก็ไม่ควรให้เด็กปรารถนาความดีชนิดนั้น การส่งเสริมความดี การให้เด็กทำดี และการเรียนรู้ให้ได้ปัญญาจากความดี จึงเป็นสิ่งที่คิดและทำสิ่งสร้างสรรค์ต่างๆได้อีกเยอะครับ
กราบนมัสการด้วยความเคารพยิ่งครับ