• สวัสดีครับคุณเสวก ขอบคุณครับที่ให้เกียรติเป็นอย่างยิ่ง เราต่างเป็นครูและนักเรียนของกันและกันดีกว่าก็แล้วกันนะครับ ที่สำคัญคือเป็นคนหนองบัวเหมือนกัน
  • วันเข้าพรรษาก็เหมาะดีครับ แต่ผมเคยจัดในวันออกพรรษา ก็ดีเหมือนกัน สำหรับชาวบ้านแล้ว การทำกิจกรรมที่อิงอยู่กับงานบุญงานประเพณีในวระต่างๆ ก็คิดว่าเหมาะสมดีครับ แต่ทำกันเองไปก่อนก็ได้ครับ เรื่องอย่างนี้ทำได้เสมอๆ เมื่อมีโอกาสหารือและเตรียมการทำด้วยกันได้ ก็คงจะได้ผสมผสานหลายๆกิจกรรมที่ช่วยกันทำ ให้อยู่ในงานเดียวกัน
  • ที่วัดเทพสุทธาวาสและชุมชนวัดเทพนี่ มีเรื่องราวเยอะที่น่านั่งพูดคุยกันครับ
  • อีกวิธีหนึ่ง เวลากลับบ้านจะได้ทำอยู่เรื่อยๆ ก็ไม่ต้องทำให้เป็นงานใหญ่ผิดกว่าปรกติหรือเกินกำลังจนเกินไป เลือกทำกิจกรรมง่ายๆแต่มีความหมาย ทำให้ผู้คนมีความสุขที่จะเจอกัน ได้ความเป็นญาติพี่น้อง  ได้รู้และเห็นโลกกว้าง และเด็กๆ หรือคนรุ่นใหม่ ได้วิธีคิดและเกิดการหล่อหลอม หากต้องออกไปทำงานหรือไปเรียนไกลบ้านช่อง ก็จะได้เตรียมตนเองให้พึ่งตนเองและเรียนรู้ที่จะเผชิญชีวิตไกลบ้าน ให้มีความหมาย  ทั้งต่อตนเอง และต่อการเป็นคนดีของสังคม ที่ไปอยู่ที่ไหนก็ดี เช่น ให้พวกที่มีโอกาสไกลบ้านหรือย้ายถิ่นไปเรียนหรือไปทำงานที่อื่น นั่งคุยประสบการณ์ชีวิตและเรื่องราวต่างๆให้ฟัง  วิธีนี้พวกผู้ใหญ่ พ่อแม่ คนเฒ่าคนแก่ ก็ชอบครับ สลับกับการคุยกันของชาวบ้าน
  • หากมีโอกาส ก็เก็บรวบรวมข้อมูลตนเองไว้อยู่เสมอ เช่น  ถ่ายรูป และหมั่นทบทวนประสบการณ์ในชีวิตตนเอง หาแง่มุมที่เกิดการเรียนรู้และคิดว่าคนรุ่นหลังเมื่อได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของเราแล้ว  เขาจะต้องทำได้ดีกว่าเรา  เหล่านี้แหละครับ นำกลับไปฝากกัน  มีเครื่องฉายรูปถ่าย หากใครเล่นกีตาร์หรือดนตรีเป็น ก็เล่นผสมผสาน ทำให้เป็นเรื่องสบายๆและเป็นกิจกรรมที่ให้ความสุขใจ
  • เวลากลับบ้านและทำกิจกรรมกับชุมชนญาติพี่น้องของเราเอง ก็ทำด้วยความปรารถนาให้ผู้อื่นได้สิ่งดีงามเข้าสู่ชีวิต  เรื่องนี้ต้องคิดเหมือนกันครับ  เวลากลับบ้าน หากหลีกเลี่ยงหรือจัดวางตนเองได้ ก็ควรเป็นตัวอย่างของความไม่ฟุ้งเฟ้อ  ไม่นำสิ่งไร้สาระของชีวิตไปให้คนรุ่นหลังเอาอย่าง  บ้านนอกของเรามันแย่อยู่แล้วในหลายเรื่อง ต้องให้เขาเป็นส่วนหนึ่งที่จำนำความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น 
  • อย่าพากันอวดมั่งอวดมีเพราะคนรุ่นหลังหรือคนที่ฐานะไม่ดีจะเรียนรู้ว่า ต้องเป็นคนมากมีทางวัตถุถึงจะกลับบ้านและไปทำสิ่งต่างๆด้วยกันแล้วจึงจะไม่ต้องอายใคร ต้องแสดงให้ผู้คนรู้สึกว่า การได้กลับบ้าน มีชุมชนและมีญาติพี่น้องนั้น เป็นความมั่งคั่งร่ำรวยของชีวิตที่สุดแล้ว และการที่แต่ละคนได้กลับเป็นทำสิ่งดีด้วยกันเมื่อกลับบ้าน  ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างที่สุดแล้ว ทำนองนี้แหละครับ  และเราเองก็จะได้ทำสิ่งต่างๆอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง
  • ผมมีตัวอย่าง ที่เคยทำบนศาลาวัดที่บ้านผม บ้านตาลินน่ะครับ ที่นี่ครับ  http://gotoknow.org/blog/edtech-research/217803
  • ชอบที่คุณเสวกคิดและพยายามทำน่ะครับ ขอให้กลุ่มพริกเกลือได้ทำกิจกรรมดีๆ เสมอๆครับ แค่คิดก็งดงามและได้ความดีงามแล้วครับ