สวัสดีครับอาจารย์
อาจารย์ตั้งโจทย์ได้น่าสนใจทีเดียวครับ ถ้าเอาไปใช้เป็นข้อสอบเด็กๆ คงจะสนุก
ผมว่าการให้เพื่อนหยิบยืมกับการดีวีดี กับการโหลดจาก torrent นั้นต่างกันตรงที่ขนาดของผลกระทบนะครับ เราจะให้เพื่อนยืมดูดีวีดีได้ทีละคน และจะมีคนมายืมสักกี่คนในเวลาหนึ่งเดือน ในขณะที่การโหลดนั้นแจกจ่ายไปได้เป็นร้อยๆ พันๆ ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ผมว่าอารมณ์ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเราอัดเพลงให้เพื่อนๆ ด้วยเทปคลาสเสทแต่เดี๋ยวนี้เป็น mp3 เพลงมันก็แพร่ระบาดไปได้ง่ายและไกลกว่าเดิม
แต่ภาคธุรกิจบันเทิงเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือเรื่องการทำผิดลิขสิทธิ์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการแจกเพลงโปรโมต การให้ฟังฟรีทางอินเตอร์เน็ต การเล่นคอนเสริต รายไ้ด้วงการเพลงเดี๋ยวนี้แทบจะไม่ได้มาจากการขายแผ่นแล้วก็ว่าได้
จากหลักการ 5 ข้อที่ให้ไว้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องของเจตนาเอาของคนอื่นมาเป็นของตน การโหลดเพลงมาฟังสักเพลง เพื่อลองและหวังว่าถ้าพอใจก็จะซื้อนั้นก็ไม่น่าจะเข้าข่ายขโมย แต่โหลดหนังทั้งเรื่องมาดูนั้น (แทนที่จะเสียเงินค่าตั๋วไปดูในโรง ซื้อแผ่นหรือยืมแผ่น) ก็ไม่ต่างจากการไปซื้อซีดีเถื่อน ความคิดเห็นของผมคิดว่าแบบนี้ขโมยครับ
แต่ก็ีมีมุมมองที่น่าสนใจอย่างของ Lawrence Lessig (wsj) ที่อ้างว่าจริงๆแล้วเรื่อง piracy นั้นส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เมื่อการเข้าถึงสื่อมีง่ายขึ้นคนก็สามารถสร้างสื่อได้มากขึ้น บริษัทเล็กๆ ก็มีที่ทางแย่งส่วนแบ่งจากบริษัทยักษ์ใหญ่ได้มากขึ้น เด็กๆ รุ่นใหม่ก็สามารถบริโภคและผลิตผลงานได้ง่ายกว่าแต่ก่อน ผมว่ามุมมองนี้ต่างกับการโหลด torrent มาบริโภคเฉยๆ ตรงที่มีการให้และรับไปพร้อมๆ กัน (การให้และรับในที่นี้คือต้องสร้างงานของตัวเองขึ้นมา ไม่ใช่เอาไป seed ให้คนอื่นต่อเท่านั้นนะครับ) หรืออย่างที่ Wired Magazine เขาว่าโลกอินเตอร์เน็ตกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมนิยมยุคใหม่นั่นละครับ
ขอบคุณครับ