อาจารย์ศิริพงษ์
การเปิดประเด็นแล้วก็หักขาตัวเองทิ้ง อย่างที่ทำอยู่นี้ ทำให้มองไม่ออกว่าเรื่องนี้ควรจะเป็นอย่างไร
ผมคิดว่าน่าจะทำให้เรื่องมีชีวิตมากกว่านี้ โดยการนำเสนอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้คนอื่นช่วยคิดต่อ
เพราะแค่นามธรรมใครก็พูดได้ แต่ต่อเชื่อมไปไหนไม่ได้ครับ
ลองแก้ไขดูหน่อยไหมครับ หรือจะเอาไว้คราวหน้าก็ได้ ผมจะตามดูการพัฒนาตรงนี้ครับ
ผมไม่อยากให้เป็นประเด็นแห้งๆ
อาจารย์เขียนมาตั้งนานแล้วน่าจะมีบทเรียนมากกว่าผมด้วยซ้ำไป
ต้องหาเอกลักษณ์และประเด็นของตัวเอง
ทั้งในการนำเสนอเพื่อทำให้เกิดเกลียวคลื่นความรู้
ไม่ใช่แค่มาโชว์ตัวเฉยๆ ไม่ได้ประโยชน์อะไร เหมือนกับไม่จริงใจในการทำงาน
เวลาผมพูดว่าเกลียวคลื่นความรู้ ผมหมายถึงการต่อเนื้อความจากเริ่มต้น เป็นประเด็นไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดคนนำเสนอ
ยิ่งมากยิ่งดี (อย่างน้อยสัก ๔-๕ ความเห็นเพิ่มเติม)แต่ไม่นับการเข้ามาทักทายแบบไม่เสนอความเห็นอะไร หรือไม่ต่อยอดอะไร
พยายามเข้าใจที่ผมพูด และพยายามทำด้วยครับ
ผมรอมานานแล้วครับ
อย่างที่บอก
ผมคิดว่าอาจารย์รู้วิธีการเขียนมาตั้งนานแล้ว
ทำไมกระบวนการสร้างเกลียวคลื่นจึงยังไม่เกิดสักที มีแต comment ด้านๆ ที่ต่อยอดได้ยาก
น่าจะอยู่ที่การเปิดประเด็น
อาจารย์ลองสังเกตการปรับกระบวนของผมเองซิครับ แล้วอาจารย์จะเข้าใจ
ผมลองแทบทุกรูปแบบว่าเขียนอย่างไรจะทำให้เกิดเกลียวคลื่นความรู้
ผมทำให้ดูแล้วนะครับ
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ของทุกคน
ถ้าอาจารย์ไม่เรียนก็เป็นปัญหาของอาจารย์เอง ไม่มีใครเรียนแทนอาจารย์ได้ครับ
ผมก็ช่วยได้แค่นี้แหละครับ
ถ้าอาจารย์ไม่พอใจผมก็จะหยุดอ่านในส่วนของอาจารย์ครับ และยกเลิกการนำบล็อกของอาจารย์เข้าแพลนเนตของผม
การเขียนแบบที่แสดงความเห็นในเรื่อง ทองไม่รู้ร้อน นั้นไม่ได้ช่วยทำให้ผมเข้าใจอะไรมากขึ้น แต่จะงงมากกว่า ว่าทำไมจึงเขียนอย่างนั้น
ทั้งๆที่อาจารย์ก็น่าจะเดาได้ว่า เรื่องนั้น อาจารย์ก็มีส่วนที่ทำให้ผมต้องเขียนมันขึ้นมา
ผมไม่มีเงลามาเล่นกับส่วนที่ไม่ก้าวหน้าหรอกครับ และผมจะได้มีเวลาทำงานมากขึ้นกับส่วนที่ก้าวหน้ามากกว่า
ผมทำงานหนักให้ทุกคนเห็นตลอดชีวิตของผม ผมทำอะไรบ้าง
และผมก็มีเวลาวันละ ๒๔ ชั่วโมงเท่ากับทุกคน
ขอร้องให้พยายามเข้าใจงานของเราหน่อย แล้วอาจารย์จะรู้เองว่าควรจะต้องทำอะไรบ้าง
และการไม่ตอบสนองต่อคำขอ หรือคำถามของผมนั้น ไม่ได้ทำให้อาจารย์ได้ประโยชน์อะไรเลยครับ
ด้วยความหวังดีเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับ