แวะเข้ามาอ่านก็แค่บทรำพึงรำพันกับตัวเองบทหนึ่ง
บอกความในใจกับเรื่องราวการเดินทาง
เหมือนน้อยใจแกนๆ
เหมือนบ่นกับลมหายใจ
เพียงยามที่มีเวลาว่างจึงมาขีดเขียน
เขียนเพื่อให้มีข้อเขียนเติมขึ้นอีกหนึ่งวัน
ก็แค่นั้น..
สาระก็คง...ไม่มีมากพอให้สรรเสริญเยินยอเกินเหตุ
....
ขอบคุณทัศนะข้างต้นนี้นะครับ และผมก็คงไม่ปฏิเสธ หรือแย้งขัดกับทัศนะที่ชี้แนะข้างต้นนั้น
เพียงแต่อยากจะขออนุญาตบอกเล่าให้เข้าใจสักเล็กน้อยด้วยน้ำใสใจจริงบนแนวคิดมิตรภาพของการเสนอแนะที่ โกทูโน บ่มสอนต่อผมเรื่อยมา ว่า แบ่งปันอย่างมีมิตรภาพ และในมิตรภาพนั้นก็คือ การสร้างสรรค์ หาใช่กดทับให้มวลมิ่งมิตรทุกข์ท้อกับจังหวะของตัวเอง
ผมเขียนบันทึกนี้ ด้วยเจตนาการแปลงบันทึกให้อยู่ในรูป "อนุทิน" ในแบบฉบับของตัวเอง เขียนเพื่อย้ำเตือนตัวเองเป็นหลัก และพยายามทิ้งมุมคิดไว้เตือนตัวเองว่า วันนั้นผมพบเจอกับภาพชีวิต หรือฉากชีวิตอีกมุมหนึ่งของสังคม ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมือง และภาพที่พบเจอนั้น ไม่อาจนำมาประเมินค่าด้วยยุคสมัย หรือเครื่องมือของความศิวิไลซ์ใดๆ ได้ และนั่นก็หมายถึงว่า วิถีชีวิตเช่นนั้น มีคุณค่าในตัวตนของมันเอง และเลือกที่จะให้ภาพเป็นตัวอธิบายเรื่องราวของมันเอง
โดยปกติผมเป็นคนที่เขียนเรื่องค่อนข้างยาว..ไม่เด่นในทางแนวคิด แต่เน้นในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกและจินตนาการเป็นที่ตั้ง
การเขียนในแต่ละครั้ง จึงออกแนวรำพึงรำพัน-พร่ำบ่นกับตัวเอง และปิดท้ายด้วย "ความสุข" เสมอ
ถ้าใครอ่านบันทึกผมมาตั้งแต่แรกเริ่มจะเข้าใจในสไตล์เช่นนั้นของผมดี และเข้าใจในวิถีการเดินทางของชีวิตผมอย่างไม่กังขา เพราะไม่ว่าในบล็อก หรือตัวจริง ผมก็เปิดเปลือยเสมอมา ไม่มีเสแสร้งแกล้งสร้างกระแสใดๆ...
บางที, การเขียนแบบไร้สาระบ้าง ก็ถือเป็นการผ่อนคลายอันดีของชีวิต ขอเพียงเรื่องอันไร้สาระนั้น ไม่โบยดีใคร ก็ถือว่าเป็นสิ่งอันดีงามแล้วสำหรับการเขียน
การเขียนไม่จำเป็นต้องให้ผู้อ่านเห็นด้วยกับมุมที่เราเสนอ เพราะผู้อ่านย่อมมีสิทธิ์ในการ "เสพ" และ "ตีความ" ไปตามต้นทุนอันเป็นศักยภาพของแต่ละคน
และการเขียนของผม ก็เขียนขึ้นเพื่อรับใช้ตัวเองเป็นหลัก ส่วนดอกผลที่มีน้อยนิดต่อสังคมนั้น เป็นบุญวาสนาของผมโดยแท้ และผมก็เขียนทุกอย่างเพราะ "ใจ" อยากเขียน เขียนเพื่อรับใจจิตวิญญาณบางอย่างของตัวเอง เขียนเพื่อความทรงจำบางเรื่องที่ดีงาม หาใช่เขียนขึ้นมาเพื่อ "สถาปนา" ตัวเองให้ดูดี หรือแม้แต่เขียนเพื่อเร่ขายให้ผู้อ่านประดับประดาด้วยคำชื่นชมใดๆ...
นั่นคือ..ความจริง และความจริงใจที่ผมขออนุญาตบอกกล่าวไว้ในที่นี้..
ผมคงไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ นอกจาก ขอบคุณ โกทูโน..พื้นที่คุณภาพที่สอนให้ผมเห็นมิตรภาพและการแบ่งปันอย่างอาทร ส่งเสริม..มิใช่วิพากษ์โดยไม่คิดคำนึงถึงตัวตนของผู้เขียน ...
ผมเองเคยอ่านเรื่องอกหัก รักๆ ใคร่ๆ ของบล็อกเกอร์หลายคน ผมชื่นชม เห็นใจและเข้าใจ ถึงแม้เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องราวที่เดินสวนทางกับแนวคิดของการเกิดขึ้นของ โกทูโน...แต่เพราะผมเชื่อว่า ทุกๆ เรื่องมีคุณค่าในตัวของมันเอง ผมจึงน้อมรับและเปิดใจฟัง พร้อมๆ กับการเก็บเกี่ยวมาสู่ตัวเอง รวมถึงส่งใจและให้กำลังใจ
ขอบคุณ อ.เสียงเล็กๆ ..มากๆ นะครับ..
ผมน้อมรับ และจะเก็บมาปรับปรุงตัวเองในทุกๆ คำแนะนำที่ให้มา
ขอบคุณอีกครั้งครับ...
ขอบคุณด้วยใจจริง