เป็นคำถามที่ดีมากครับคุณแว้บ

อากาศที่ปางมะผ้าที่ หนาวเข้ากระดูกจริงๆ ตอนนี้ตีหนึ่ง ผมยังต้องใส่ถุงมือผ้าพิมพ์ตอบคุณเลย หนาวมากครับ พิมพ์ตอบคุณแล้วผมคงขอตัวไปนอนละครับ

ปาเกอะญอที่นี่ยังคงรักษา "ป่าเดปอ" หรือป่าสะดือ ที่เอารกเด็กไปใส่กระบอกไม้ไผ่ผูกกับต้นไม้อยู่ครับ แต่ปัจจุบัน รกเด็กไม่มีให้ผูกต่อแล้ว เพราะไปทำคลอดที่โรงพยาบาลกันหมด

จะบอกหมอขอเอารกกลับบ้านไปทำพิธีก็คงลำบาก

จะเอารกไปผูกที่โรงพยาบาลก็ไช่ที่

ส่วนงานแต่งงานที่ผมเข้าร่วมเค้าสอดแทรกความหมายอะไรบ้างนั้น ส่วนตัวผมสะท้อนมุมมองของ outsider คือคนนอก ย้ำนะครับว่าผมเป็นคนนอกวัฒนธรรมของเขา มีข้อจำกัดเยอะแยะ ต่อให้จบปริญญาเอกมาสักโหลแต่จะอธิบายให้เข้าถึงจริงๆมันเป็นไปไม่ได้เลย อาจทำได้แค่ "ถอดรหัสวัฒนธรรมหรือวิธีคิด" บางแง่มุมเท่านั้น

 ผมมองว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นการผลิตซ้ำหรือตอกย้ำหลายสิ่งหลายอย่าง อาทิ สำนึกร่วมของความเป็นชาติพันธุ์ปาเกอะญอ , ความเป็นเครือญาติ, บทบาททางเพศสภาวะ (gender) ของหญิงและชาย ดูได้จากการแต่งกายก็ดี , ขั้นตอนต่างๆของพิธีการก็ดี

ในขณะเดียวกัน พิธีแต่งงานก็เป็นการสร้างความหมายในเชิงตอบโต้หรือเชิงรุกได้ด้วย เช่น มีการเชิญผู้นำทางการเมืองระดับท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยเข้ามาผนวกเป็นส่วนหนึ่งของงาน

การที่เจ้าสาวซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากในเมืองแต่กลับมาแต่งงานกับคนจนในหมู่บ้านที่หาเช้ากินค่ำก็สะท้อนความหมายบางอย่างที่ตอบโต้กับวิธีคิดแบบทุนนิยม

ผมไม่คิดว่าเด็กวัยรุ่นทั้งในชุมชนปาเกอะญอก็ดี และเด็กๆที่มากับผมในวันงานก็ดีจะเห็นความหมายที่แฝงเร้นเหล่านี้ และผมคิดว่าไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่ใช่นักวิชาการ

เด็กและเยาวชนอย่างพวกเขาไม่จำเป็นต้องคิดแบบนักวิชาการครับ และพวกเขาไม่จำเป็นต้องคิดแบบ "นัก" อะไรต่อมิอะไร หรือคิดตามที่ผู้ใหญ่ชี้นำหรือยัดเยียดกันอย่างทุกวันนี้

สิ่งสำคัญมากกว่าคือเหตุการณ์เหล่านี้เป็นเสมือนเครื่องมือที่พวกเขาสามารถคิดหาความหมายเองได้ เป็นเจ้าของความคิดของตัวเอง อย่างภาคภูมิใจ ในความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง และแตกต่างไปตามประสบการณ์ของตน

แล้ววันข้างหน้า พวกเขาก็จะกล้าที่จะคิดและรับผิดชอบความคิดตลอดจนการกระทำของตน

ขอบคุณคุณแว้บ ที่ "แว้บ" เข้ามา แล้วมา "แว้บ" อีกนะครับ