คุณนันทา

ผมเดาล่วงหน้าแล้วว่าจะเป็นอย่างที่ผมคิด ว่าเป็นความแตกต่างในความเข้าใจศัพท์ KM

ผมก็ไม่แน่ใจแล้วตอนนี้ว่า Tacit Knowledge แปลว่าอะไร

พูดภาษาไทยดีกว่านะครับ

คำว่า "ฝังลึก" ต้องต่างจาก คำว่า "ยังไม่นำมาเล่า" หรือ "ยังไม่ตีพิมพ์" อย่างแน่นอน

เพราะ ฝังลึก คือระบบที่เป็นอยู่โดยธรรมชาติ เป็นเช่นนั้น เป็นปัจจัตตัง ผู้ปฏิบัติเป็นผู้รู้

ผู้ไม่ปฏิบัติ ไม่มีทางรู้

เช่น ให้บอกว่าคนที่ไม่เคยกินพริกว่า การกินพริก มีรสชาติเป็นอย่างไร

ความรู้นี้ "ฝังลึก" ในผู้รู้รสพริก บอกใครก็คงได้นิดหน่อย แต่ไม่สามารถบอก จนผู้ฟัง "รู้" ว่ารสพริกเป็นอย่างไร

จะบอกได้ก็เปนคำอธิบายกว้างๆ เลียบๆเคียงๆ และอาจจะโชคดีถ้าเขาเคยกินขิง กระเทียม พริกไทย ที่มีบางส่วนใกล้เคียงกัน

แต่ยังไงก็ไม่ใช่อยู่ดี

คุณนันทา ลองทำอย่างที่ผมเล่ามาซิครับ

แล้วจะรู้ว่า คำว่า ความรู้"ฝังลึก" มันเล่นยากยังไง

แค่เลียบๆเคียงๆก็ยังยาก

ทีนี้ เรายังมาสับสนระหว่าง

ความรู้ กับ ข้อมูล และ เอกสารอีก

อันนี้ผมก็กลัวแบบไม้แพ้กับประเด็นแรก

ที่บอกว่าบันทึกนั้นคือข้อมูล (information) ไม่ใช่ความรู้

การทำงานจึงอาจสับสนระหว่าง การจัดการข้อมูล กับการจัดการความรู้อีก

อันนี้เป็นปัญหาทางวิชาการอย่างสาหัส

ที่ทำให้ KM แทบก้าวไม่ออก

เพราะเราไปวุ่นวายกับการจัดการข้อมูลมากกว่าจัดการความรู้

หนังสือ เอกสาร คอมพิวเตอร์ไม่มีความรู้ มีแต่ข้อมูลที่จะทำให้เกิดความรู้

ถ้าคน(ที่จะจัดการความรู้)อ่านไม่ออก เปิดไม่เป็น ก็ไม่รู้ ต่อให้มีข้อมูลมาเท่าใดก็ตาม

เพราะความรู้อยู้ในตัวคนครับ ไม่อยู่ในเอกสาร

มีประเด็นที่ผมยังไม่เข้าใจอีกมากครับ

เดียวผมจะลง บล็อก ครับ เพราะมาคุยกันตรงนี้ไดประโยชน์น้อยครับ

ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรดี

แต่ยังไงผมก็ไม่กล้าคิดจัดการ ความรู้ฝังลึกครับ เอาแค่ชัดแจ้ง ผมก็หืดขึ้นคอแล้วครับ

ผมจึงนับถือคนที่ทำในสิ่งที่ผมทำไม่ได้ไงครับ

แค่นี้ก่อนนะครับ

ค่อยหารือกันในบล็อกอีกทีครับ

จะส่งวันนี้แหละ