สวัสดีค่ะ อาจารย์แผ่นดิน

  • อ่านบันทึกของอาจารย์แล้วให้หวนนึกถึงบรรยากาศในอดีต (คนแก่มักนึกถึงอดีต)
  • สมัยที่เป็นนักศึกษา (ศิษย์เก่า มศว.มหาสารคาม)
  • ได้รับการปลูกฝังในเรื่องการออกค่ายอาสาพัฒนาตั้งแต่เรียนปี1
  • เริ่มต้นด้วยการหาทุนกันเองค่ะ อาทิ ขายส้มตำไก่ย่าง ในงาน  มรดกอิสาน ขายหมูสะเต๊ะและอาหารตามสั่งในงานกาชาด  ขายดอกกุหลาบริบบิ้นในงานบอลอาจารย์  จัดฟุตบอลทีมเยาวชนไทย จัดฉายภาพยนต์การกุศล ฯลฯ  รวมแล้วได้เงินหลายแสนเลยค่ะในสมัยนั้น (ปี 2521)
  • ประเดิมค่ายแรกคือไปสราอาคารเรียนที่บ้านแดงน้อย อ.บรบือ
  • ค่ายต่อๆ ไป  เราได้งบประมาณจากทบวงมาช่วย  ไปหลายค่ายค่ะ  มีทั้งสร้างศาลาประชาคมให้หมู่บ้านห้วยผึ้ง ที่อุตรดิตถ์  เชียงใหม่ และ ฯลฯ  เรียกว่าปิดเทอมไม่ค่อยได้กลับบ้าน
  • แต่ละค่ายมีความสุข สนุกสนาน  และทุกข์ทรมานที่แตกต่างกัน  มีทั้งที่ต้องลุยน้ำเพียงคอเข้าหมู่บ้าน ยังจำได้ดีคือบ้านแดงน้อย  รถติดโคลน ต้นไม้ล้มทับถนนที่บนเขาทั้งคืน แถมกลัวสุนัขจิ้งจอก  ดีทีเป็นรถดั๊มใหญ่ของ กอรมน. ต้องนั่งกอดปืนทั้งคืน ที่ จ.อุตรดิตถ์  ทางบ้านไม่รู้เลย  ตอนนั้น มันมากค่ะ
  • ชีวิตที่ได้เรียนรู้  มิตรภาพจากเพื่อน...น้ำใจจากชาวบ้าน...เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็กๆ...เป็นพลังใจให้เราไม่ท้อ
  • ที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นคือ  เราได้เรียนรู้การเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี  ทุกคืนเราต้องมีการสรุปงานและวางแผนกันอย่างเคร่งครัด
  • ดิฉันถนัดเป็นผู้ตามค่ะ  ไม่ค่อยใช้หัววางแผน  ชอบเป็นแผนกล้างจานชาม  ขายบัตร  ขายอาหาร  ยื่นของ  ชิมอาหาร  และเก็บเงิน
  • การนับเงินของดิฉัน จะนับไม่ค่อยถูกต้องทำให้เพื่อนปวดหัวบ่อยๆ  สมัยนั้นไม่มีเอทีเอ็ม  มีเงินสองแสนกหอบใส่ถุงกระดาษถือเอาไว้กับตัว
  • ที่ประทับใจไม่ลืมเลือน...นั่นคือบรรยากาศค่ะ  เสียงเพลงซึ้งๆ  เสียงกีตาร์  เดือนดาว  และพระจันทร์ ในยามค่ำคืน  หลังจากที่แบกถังปูนมาทั้งวัน  (คิดถึงใครด้วยก็ไม่รู้)
  • อาจารย์คะ...นั่นคือห้องเรียนชีวิตจริงๆ 
  • ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ทำงานเพื่อสร้างสรรค์สังคมตลอดไปนะคะ
  • จากคนแก่ที่ยังไม่อยากแก่ (อิๆๆๆๆ) รุ่นเสือดาว 2