เรียน ดร.แสวง รวยสูงเนิน
- ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ที่เข้ามา ลปรร.
- ไม่ทราบว่าจะเข้าใจถูกหรือเปล่านะคะ เราเข้าใจว่า Tacit Knowledge ก็คือ ความรู้ฝังลึกที่อยู่ในตัวคน ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ในการทำงานที่สั่งสมมาตลอดชีวิตการทำงาน โดยเฉพาะการทำงานส่งเสริมการเกษตร จนท.เราแต่ละคนมีประสบการณ์การทำงานด้านนี้มาไม่น้อยกว่า 10-20 ปี ได้เรียนรู้วิธีการทำงานกับชุมชน มีเทคนิควิธีการส่งเสริมการเกษตรที่แตกต่างหลากหลาย มีตัวอย่างที่ดีๆ อยู่เยอะมาก แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา จนท.เรา ทำงานอย่างเดียว และทำงานในพื้นที่เยะมาก แต่ไม่มีการจดบันทึก ถอดบทเรียนต่างๆ ที่ได้ทำมา ความรู้ในแต่ละเรื่อง จึงอยู่กับตัวผู้ปฎิบัติ เมื่อเกษียณ ก็ตามออกไปด้วย
- แต่เมื่อ มี KM เข้ามา เราได้เรียนรู้กระบวนการ KM และได้นำ KM เข้ามาใช้กับงานส่งเสริมการเกษตร จึงทำให้เราเริ่มเข้าใจ ว่า แท้จริงแล้ว KM ถูกจริตกับงานส่งเสริมการเกษตรอยู่แล้ว เพราะว่า ลักษณะของงานส่งเสริมการเกษตรเกษตร ที่เราทำอยู่นั้น ก็มีลักษณะใกล้เคียงกับกระบวนการ KM อยู่แล้วในบางส่วน แต่อาจจะยังไม่ครบทั้งกระบวนการ
- เราจึงนำกระบวนการ KM มาต่อยอดกับงานเดิมที่เราทำอยู่ ส่วนไหนที่เรายังขาด หรือส่วนไหนที่เรามีอยู่แล้ว แต่ต้องปรับกระบวนการให้ดีขึ้น เช่น มีการตั้งเป้าหมายการทำงานให้ชัดเจน (KV) มีการจัดเวทีในลักษณะการ ลปรร. (KS) ซึ่งอันนี้ เราปรับจากเดิม ซึ่งจะเป็นลักษณะการถ่ายทอดเทคโนโลยี จนท. เป็นผู้สอน มาเป็น การ ลปรร. โดย จนท. เราเป็นคุณอำนวย ให้ชาวบ้าน ได้มาเล่าประสบการณ์ การปฏิบัติของตนเอง ลปรร.ซึ่งกันและกัน โดย จนท.เราก็ร่วม ลปรร.ด้วย แม้ในในที่ประชุมประจำเดือนของจังหวัด (DM) ซึ่งเป็นเวทีประชุม จนท.ส่งเสริมการเกษตรของจังหวัด แต่เดิมจะเป็นการประชุมลักษณะชี้แจงโครงการ สั่งการให้ทำ ก็ได้ปรับกระบวนการเป็นเวทีที่ให้ จนท. ได้มา ลปรร. ในงานที่ทำ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และสามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้ (ดังที่เห็นใน วีดีทัศน์ การขับเคลื่อน KM ประเทศไทย) และสำหรับส่วนที่เราเติมเต็มคือ การจดบันทึก (KA) เมื่อมีการ ลปรร.กันทุกครั้งจะต้องมีการจดบันทึก และถอดเก็บเป็นองค์ความรู้ ทั้งในระดับ จนท. และเกษตรกร
- ซึ่งเราเข้าใจว่า การ ลปรร. จากประสบการณ์การทำจริง ของ จนท. และเกษตรกร ก็คือ Tacit Knowledge ซึ่งเราเน้นตรงนี้มากกว่าการ ลปรร. จากเอกสาร ตำรา ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรเรามีอยู่มากในคลังความรู้ แต่ไม่ได้นำมาใช้
- เราเน้น 2 P คือ Process & People มากกว่า 2 T คือ Tool & Technology ค่ะ
- ไม่ทราบว่า..... ตอบได้ชัดเจน ตรงคำถามหรือเปล่านะค่ะอาจารย์ ยินดี ลปรร.ค่ะ