น่าสนใจมากครับในเรื่องของมิติการรับรู้จากแดนต่อของคนเรา

ขอบคุณสำหรับคำชม และยินดีรับเป็นทั้งลูกศิษย์ เป็นเพื่อน และเป็นครูครับ

เพราะ คนเราสามารถเรียนรู้ได้จากคนทุกคน เนื่องจากคนทุกคนย่อมมีความรู้ที่มากกว่าเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง และอาจมองเห็นไม่เหมือนเราไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง จริงไหมครับ :-)

ผม เลยขอถือโอกาสเขียนต่อยอดในเรื่องของประเภทของตัวกระตุ้น จำแนกตาม mode ของการนำเข้าข้อมูลสู่อายตนะของเรา แล้วส่งต่อไปยังระบบประสาทส่วนกลางต่อไป

Input stimuli แบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. Unimodal input เป็นข้อมูลรูปแบบเดียวของสิ่งเร้า เช่น ภาพสุนัข, เสียงสุนัข, กลิ่นสุนัข, สัมผัสสุนัข เป็นต้น แต่ละอันเป็น unimodal input ซึ่งอายตนะของเรารับเข้าครั้งละ 1 อย่างเท่านั้น

2. Polymodal input เป็นข้อมูลหลายรูปแบบของสิ่งเร้าเดียวกันและเข้าสู่อายตนะของเราพร้อมๆ กัน ดังตัวอย่างข้างบนจะเป็น ภาพสุนัข+เสียงสุนัข+กลิ่นสุนัข+สัมผัสสุนัข ซึ่งทั้งสี่ตัวกระตุ้นเข้าสู่อายตนะของเราพร้อมๆกัน หรือจะพูดอีกแบบหนึ่งคือ เหมือน Multimedia ก็ไม่ผิดครับ

3. Multimodal input เป็นข้อมูลของสิ่งเร้าหลายชนิด หลายรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น หน้าคน เพศ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น กลิ่นกาย น้ำเสียง การแต่งตัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวกระตุ้นที่มีความสัมพันธ์กันแต่ไม่ใช่ตัวกระตุ้นเชิง เดี่ยวมารวมกัน

ถ้าจะเปรียบเทียบกับเทคโนโลยี ก็เหมือนกับมี multimedia หลายๆ อัน มาผสมผสานกันอย่างกลมกลืนนั่นเอง

ดังนั้นในส่วนที่ฮัทเขียนถึง มิติของ size# จึงเข้าได้กับข้อ 2 Polymodal input นั่นเองครับ

และ ที่ฮัทเขียนว่า "เมื่อเราเอาข้อมูลจากหลายๆมิติมารวมเข้าด้วยกัน ก็เป็นสิ่งที่เรากำลังศึกษาอยู่นั่นเอง" ก็คือ Multimodal input นั่นเอง

และ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งที่เรียกว่า "ความคิดสร้างสรรค์" ซึ่งเป็นหนึ่งในสองความสามารถของ "มนุษย์" (สมอง + มือ) ที่มีเหนือสัตว์อื่นๆ จึงทำให้...

คนเราหลายคน "มอง" ของอย่างหนึ่งอย่างเดียวกัน แต่ "เห็น" ไม่เหมือนกันครับ ซึ่งขึ้นกับประสบการณ์ ความรู้ ทักษะการคิด และมี "ใจเปิด" (open-minded) แค่ไหน ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เรามีโอกาสจะเรียนได้ทุกวันครับ

ชัยเลิศ พิชิตพรชัย